การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ในปีการศึกษา 2567 ปรากฏผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพ ตามรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ดังนี้
การประเมินผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา ประกอบด้วย การประเมินผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ได้แก่ ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ และการประเมินผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาตามกระบวนการบริหารคุณภาพ PDCA ได้แก่ การวางแผน การดำเนินการตามแผน การติดตามและประเมินผล การปรับปรุงและพัฒนา จำแนกตามมาตรฐาน ประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา ได้ดังนี้
| ที่ | มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา | ผลการวิเคราะห์ประเด็นของ รายงานผลการประเมินตนเอง | |
|---|---|---|---|
| ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (ผลสัมฤทธิ์) | แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา (PDCA) | ||
| มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ | |||
| 1.1 ด้านความรู้ | |||
| 1.1.1 | การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.1.2 | การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.1.3 | การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอื่น ๆ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านความรู้ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ | |||
| 1.2.1 | การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.2 | การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.3 | สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.4 | การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.5 | การมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.6 | ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ | |||
| 1.3.1 | การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.3.2 | การประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.3.3 | การดูแลช่วยเหลือและแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา | |||
| 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา | |||
| 2.1.1 | การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.1.2 | การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา | |||
| 2.2.1 | การพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.2 | การนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.3 | การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.4 | การจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.5 | การบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.6 | การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.7 | การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 2.3 ด้านการบริหารจัดการ | |||
| 2.3.1 | การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.2 | การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.3 | การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.4 | การพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรืองานฟาร์ม | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.5 | การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.6 | การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.7 | การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านการบริหารจัดการ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 2.4 ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ | |||
| 2.4.1 | การบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมาย | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| มาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | |||
| 3.1 ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | |||
| 3.1.1 | การบริการชุมชนหรือจิตอาสา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 3.1.2 | การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 3.1.3 | การระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการเรียนการสอน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย | |||
| 3.2.1 | การส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์การต่าง ๆ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
มาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 ประกอบด้วย มาตรฐานการศึกษา จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ จำนวน 3 ประเด็นการประเมิน มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา จำนวน 4 ประเด็นการประเมิน และมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน 2 ประเด็นการประเมิน ปรากฏผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา ในภาพรวมของสถานศึกษาอยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4.22 รายละเอียดดังนี้
| ที่ | มาตรฐาน / ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้าน หรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ | |||
| ด้านความรู้ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ | 3 | ดี | ||
| ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ | 4 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 | 3.67 | ดีมาก | ||
| 2 | การจัดการอาชีวศึกษา | |||
| ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ด้านการบริหารจัดการ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ | 4 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 | 4.5 | ดีมาก | ||
| 3 | การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | |||
| ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 | 4.5 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพระดับสถานศึกษา | 4.22 | ดีมาก | ||
1) ผลการประเมินระดับประเด็นการประเมิน ดังนี้
2) ผลการประเมินระดับมาตรฐาน ดังนี้
ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ จำนวน 3 ประเด็นการประเมิน มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา จำนวน 4 ประเด็นการประเมิน และมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน 2 ประเด็นการประเมิน ปรากฏจุดเด่นจากการดำเนินการพัฒนาคุณภาพในภาพรวมของสถานศึกษา ดังนี้
1. ครูมีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ 2. ครูมีคุณสมบัติเหมาะสมกับภาระงานที่ได้รับมอบหมาย ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ จำนวน 3 ประเด็นการประเมิน มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา จำนวน 4 ประเด็นการประเมิน และมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน 2 ประเด็นการประเมิน ปรากฏจุดที่ควรพัฒนาจากการดำเนินการพัฒนาคุณภาพในภาพรวมของสถานศึกษา ดังนี้
การแต่งตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบคุณภาพการศึกษา มีการประเมินเบื้องต้น
ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ จำนวน 3 ประเด็นการประเมิน มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา จำนวน 4 ประเด็นการประเมิน และมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน 2 ประเด็นการประเมิน ปรากฏมีข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาจากการดำเนินการพัฒนาคุณภาพในภาพรวมของสถานศึกษา ดังนี้
คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ควรช่วยกันกระตุ้น ขับเคลื่อนการพัฒนา และจัดทำโครงการพัฒนาก่อนเปิดภาคเรียน
ความร่วมมือของครูและบุคลากรในสถานศึกษา
การส่งเสริมให้ความรู้และการพัฒนาครู ไปพร้อมๆกับการพัฒนาผู้เรียน
การสรุปรายงานผลการประเมินต่อหน่วยงานต้นสังกัด และนำเสนอแบบOn Line และ ส่งเอกสารเผยแพร่
เลขที่ 59 หมู่ 3 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 76120
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ มีพื้นที่ดำเนินการจริงในปัจจุบันประมาณ 4,620 ไร่ ตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ 59
หมู่ 3 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บนพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของ
ท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยมีชื่อเริ่มก่อตั้งว่า วิทยาลัยเกษตรกรรมเพชรบุรี และชื่อที่เรียกขานกันในศิษย์เก่าว่า “เกษตรจอมพล”
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีเป็นสถานศึกษาเกษตรเริ่มดำเนินการก่อตั้งเมื่อพุทธศักราช 2514 เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่จะนำปรึกษาที่ปรึกษาทางด้านเกษตรในจังหวัดที่สำคัญของการควบคุมทุกจังหวัด และขยายการศึกษาอาชีวะเกษตรให้กว้างยิ่งขึ้นเพื่อผลิตบุคลากรในระดับการที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเพชรบุรีประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพหลักคือกสิกรรมจากจำนวนประชากรทั้งสิ้นเป็นประชากรในภาคเกษตรถึงร้อยละ 66.2 (296,161 คน) ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 38,467 บาทต่อคนต่อปีการถือครองพื้นที่เป็นที่ดินทางการเกษตรทั้งสิ้น 1,156,219 ไร่คิดเป็นร้อยละ 29.7 พื้นที่ทั้งหมดในจังหวัดเป็นพื้นที่ทำนา483,264ไร่ทำไร่ 407,285 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์บ่อปลา บ่อกุ้ง และปลูกป่าโดยภาคเอกชนรวมทั้งสิ้น 265,275 ไร่
สำหรับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีในปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินการทั้งสิ้น
4,620 ไร่ โดยแบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพตามโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาการเกษตรเพื่อชีวิต และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ทั้งในระบบทวิภาคีและระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ยังเปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพเกษตรกรรมระยะสั้น โครงการอาชีวศึกษา
เพื่อแก้ปัญหาชนบท (อศ.กช.) โดยมีความประสงค์ที่จะผลิตบุคลากรทางด้านการเกษตรให้มีคุณภาพทุกสาขาวิชาที่เปิดสอนตามความต้องการของตลาดแรงงานและชุมชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ให้สามารถออกไปประกอบอาชีพได้อย่างมีความเชื่อมั่นในวิชาชีพของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี จัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย และมีการจัดการศึกษาต่อเนื่องในระดับอาชีวศึกษาบัณฑิต ภายใต้สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง ในหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์
สภาพชุมชน : วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี สามารถเดินทางได้ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ โดยมีระยะทางจากกรุงเทพมหานคร ถึงวิทยาลัยประมาณ 190 กิโลเมตร วิทยาลัย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี ประมาณ 60 กิโลเมตร เมื่อถึงทางแยกเข้าชะอำให้เดินทางตามเส้นทางบายพาสชะอำ-ปราณบุรี จะมองเห็นป้ายวิทยาลัยทางซ้ายมือ ติดกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 หรือเยื้องกับโรงเรียนเพชรบุรีปัญญนุกูล หากเดินทางเข้าทางถนนเพชรเกษมเดิม ตามเส้นทางห้วยทรายใต้ เรียกว่าถนนจอมพล ระยะทางเข้า 13 กิโลเมตร หากเดินทางมาจากทางใต้ ผ่านปราณบุรีเข้าถนนบายพาสชะอำ ปราณบุรี ประมาณ 25 กิโลเมตร จะเห็นป้ายวิทยาลัยอยู่ทางขวามือต่อจากพิพิธภัณฑ์ฝนหลวง และศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบุรี หากเดินทางโดยรถไฟ ให้ลงสถานีห้วยทรายใต้ ใกล้วัดห้วยทรายใต้ จะมีรถรับจ้างเข้ามาวิทยาลัยฯ และมีรถวิทยาลัยบริการในวันอาทิตย์ที่มีนักเรียนกลับเข้าหอพัก
สภาพเศรษฐกิจ : จังหวัดเพชรบุรีมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจหลักอยู่ที่ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ในด้านการเกษตรมีผลผลิตหลักคือ ข้าว สับปะรด กล้วยหอมทอง ชมพู่ มะนาว รวมทั้งการเพาะเลี้ยงโคเนื้อ โคนม สุกร ไก่ กุ้ง โดยเฉพาะ การผลิตมะนาวมีการผลิตมากกว่า 60% ของปริมาณทั้งประเทศ
สภาพสังคม : ลักษณะทางสังคมและการเมือง ในพื้นที่ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้วิทยาลัยรับหน้าที่ในการให้บริการทางการศึกษาทั้งสองจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ ประชากรทั้งสองจังหวัดมีอาชีพการเกษตร การประมง การปศุสัตว์ รวมทั้งกาค้าขาย การท่องเที่ยวและการให้บริการ
| ระดับชั้น | ปกติ | ทวิภาคี | ทวิศึกษา | รวม |
|---|---|---|---|---|
| ปวช.1 | 60 | 0 | 9 | 69 |
| ปวช.2 | 61 | 0 | 17 | 78 |
| ปวช.3 | 53 | 0 | 0 | 53 |
| รวม | 174 | 0 | 26 | 200 |
| ระดับชั้น | ปกติ | ทวิภาคี | รวม |
|---|---|---|---|
| ปวส.1 | 56 | 0 | 56 |
| ปวส.2 | 37 | 4 | 41 |
| รวม | 93 | 4 | 97 |
| ระดับ | แรกเข้า | สำเร็จการศึกษา |
|---|---|---|
| ระดับ ปวช.3 | 69 | 42 |
| ระดับ ปวส.2 | 50 | 27 |
| รวม | 119 | 69 |
| ประเภทบุคลากร | จำนวน | มีใบประกอบวิชาชีพ | สอนตรงสาขา |
|---|---|---|---|
| ผู้บริหาร | 2 | 2 | 0 |
| ข้าราชการครู | 30 | 26 | 30 |
| ข้าราชการอื่น | 4 | 0 | 0 |
| พนักงานราชการ(ครู) | 3 | 3 | 3 |
| พนักงานราชการ(อื่น) | 2 | 0 | 0 |
| ครูจ้างสอน/ครูอัตราจ้าง | 1 | 1 | 1 |
| ครูเอกชน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ลูกจ้างประจำ | 1 | 0 | 0 |
| ลูกจ้างชั่วคราว | 6 | 0 | 0 |
| บุคลากรสถานศึกษาเอกชน | 0.00 | 0 | 0 |
| บุคคลากรอื่น ๆ | 13 | 0 | 0 |
| รวม | 62 | 32 | 34 |
| ที่ | หลักสูตร | สาขาวิชา | จำนวนผู้เรียน | ||
|---|---|---|---|---|---|
| ปกติ | ทวิภาคี | รวม | |||
| 1 | ปวช | เกษตรศาสตร์ | 200 | 0 | 200 |
| 2 | ปวส | พืชศาสตร์ | 23 | 0 | 23 |
| 3 | ปวส | สัตวศาสตร์ | 56 | 0 | 56 |
| 4 | ปวส | เทคโนโลยีภูมิทัศน์ | 0 | 4 | 4 |
| 5 | ปวส | เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ | 12 | 0 | 12 |
| ประเภท | จำนวน |
|---|---|
| อาคารเรียน | 11 หลัง |
| ห้องเรียน | 38 ห้อง |
| ห้องปฏิบัติการ | 3 ห้อง |
| โรงฝึกงาน | 3 โรงงาน |
| งานฟาร์ม | 8 ฟาร์ม |
| ประเภทงบประมาณ | จำนวน |
|---|---|
| งบบุคลากร | 1,349,310 บาท |
| งบดำเนินงาน | 2,433,572.50 บาท |
| งบอุดหนุน | 3,718,054 บาท |
| งบรายจ่ายอื่น | 727,680 บาท |
| เงินบำรุงการศึกษา | 8,932,971.50 บาท |
| รวม | 17,161,588 บาท |
ปรัชญา : ภูมิรู้ ภูมิธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอพียง
อัตลักษณ์ : นักเทคโนโลยีการเกษตร
เอกลักษณ์ : ผู้นำด้านการเกษตรและเทคโนโลยี
วิสัยทัศน์ : “เป็นสถาบันอาชีวเกษตรชั้นน า ผลิตและพัฒนาคนคุณภาพ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่สังคม”
พันธกิจ : พันธกิจที่ 1 บริหารจัดการและปฏิบัติงาน ได้มาตรฐานอาชีวศึกษาและยึดหลักธรรมาภิบาล พันธกิจที่ 2 ผลิตพัฒนากำลังคนด้านอาชีวเกษตรสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน พันธกิจที่ 3 บริการและจัดการศึกษาด้านอาชีวเกษตรให้มีมาตรฐานตรงตามเกณฑ์คุณวุฒิวิชาชีพ พันธกิจที่ 4 จัดฝึกอบรมที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน พันธกิจที่ 5 วิจัยและพัฒนานวัตกรรม สร้างองค์ความรู้สู่ชุมชน
เป้าประสงค์ :
ยุทธศาสตร์ : ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการอาชีวศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 2 บริหารจัดการทรัพยากร งานฟาร์มและงานอุตสาหกรรมเกษตร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ยุทธศาสตร์ที่ 3 เพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ให้ผู้เรียนทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ และทุกระดับการศึกษาได้รับบริการทางการศึกษาด้านอาชีวศึกษาอย่างมีคุณภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างเครือข่ายความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ยุทธศาสตร์ที่ 5 สนับสนุนส่งเสริมการทำวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี
กลยุทธ์ : กลยุทธิ์ ที่ 1.1 บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล กลยุทธิ์ที่ 1.2 พัฒนาระบบการประกันคุณภาพของสถานศึกษา กลยุทธิ์ ที่ 2.1 พัฒนาหลักสูตรทุกระดับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงาน กลยุทธิ์ ที่ 2.2 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) และการใช้เทคนิคการเกษตรที่ยั่งยืน กลยุทธิ์ ที่ 2.3 พัฒนากระบวนการเรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการที่เป็นฟาร์มสมัยใหม่ กลยุทธิ์ ที่ 2.4 สร้างระบบการติดตามและประเมินความต้องการของตลาดแรงงานด้านการเกษตร กลยุทธิ์ ที่ 2.5 สนับสนุนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะและความรู้ความเข้าใจด้านอาชีวเกษตรแนวใหม่ กลยุทธิ์ ที่ 3.1 พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับเกณฑ์คุณวุฒิวิชาชีพ กลยุทธิ์ ที่ 3.2 สร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาชีพเกษตรให้กับผู้เรียนและผู้ปกครอง กลยุทธิ์ ที่ 3.3 สนับสนุนการพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้และทักษะในการจัดการเรียนการสอนที่ตรงตามเกณฑ์คุณวุฒิวิชาชีพ กลยุทธิ์ ที่ 3.4 พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ คุณธรรม กลยุทธิ์ ที่ 3.5 ติดตามและประเมินผลนักศึกษาหลังจบการศึกษา กลยุทธิ์ ที่ 4.1 ประสานความร่วมมือภาครัฐและเอกชนในการจัดการศึกษา กลยุทธิ์ ที่ 4.2 จัดฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ กลยุทธิ์ ที่ 5.1 จัดหาแหล่งสนับสนุนการวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิฐ์ และเทคโนโลยี แก่ครูนักเรียน กลยุทธิ์ ที่ 5.2 นำองค์ความรู้นวัตกรรม สิ่งประดิฐ์ และเทคโนโลยี พัฒนาคุณภาพการศึกษาและถ่ายทอดสู่ชุมชน
| ลำดับ | รางวัล/ผลงาน |
|---|---|
| 1 | รางวัลรางวัลเชิดชูเกียรติ ระดับระดับประเทศ - รางวัลเชิดชูเกียรติ เครือข่ายสัตว์พันธุ์ดี กรมปศุสัตว์ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี ๒๕๖๗ ประเภทใช้ประโยชน์พันธุกรรมและเทคโนโลยี ชนิดสัตว์ โคเนื้อ จัดโดย กรมปศุสัตว์ |
| ลำดับ | รางวัล/ผลงาน | ครู/บุคลากร เจ้าของผลงาน |
|---|---|---|
| 1 | รางวัลผลงานดีเด่น ระดับ การนำเสนอผลงานวิจัยระดับดีเด่น จัดโดย สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร | นายภูริพงศ์ จิตรมะโน ครูชำนาญการพิเศษ |
| 2 | รางวัลครูดีศรีเมืองเพชร ระดับจังหวัด ครูดีศรีเมืองเพชร จัดโดย ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี | นางสาวอาภาวรรณ ปิยะนุสรณ์ |
| 3 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ครูดีเด่นด้านการสอน จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายทวีเกียรติ ชูศรี แผนกวิชาสามัญสัมพันธ์ |
| 4 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ครูดีเด่นด้านการสอน จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายพนธกร ทาบุดดี แผนกวิชาช่างเกษตร |
| 5 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ครูดีเด่นด้านคุณธรรมจริยธรรม จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายวรากร จุลเลศ แผนกวิชาประมง |
| 6 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ครูดีเด่นด้านคุณธรรมจริยธรรม จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นางสาวซูไรดา เพชรเบ็ญวาฮับ แผนกวิชาสามัญสัมพันธ์ |
| 7 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ครูดีเด่นด้านสร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษา จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายชลกานต์ ขวัญนาวารักษ์ แผนกวิชาประมง |
| 8 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ครูดีเด่นด้านสร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษา จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นางสาวสุชานุช พิศุทธางกูร แผนกวิชาสามัญสัมพันธ์ |
| 9 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ด้านอุทิศตน บำเพ็ญประโยชน์ จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นางสุภาพร พรหมเทพ แผนกวิชาพืชศาสตร์ |
| 10 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ด้านอุทิศตน บำเพ็ญประโยชน์ จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายวิชาญ จรบุรมณ์ |
| 11 | รางวัลคนดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด บุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานดีเด่น จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นางสาวปรานี ชุ่มจิตต์ เจ้าหน้าที่ |
| 12 | รางวัลคนดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด บุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานด่เด่น จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายจรัญ รอดพ้น เจ้าหน้าที่ |
| 13 | รางวัลคนดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด บุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานดีเด่น จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นางสาวสุภัสสร รอดจากทุกข์ เจ้าหน้าที่ |
| 14 | รางวัลครูดีศรีอาชีวะ ระดับจังหวัด ครูดีเด่นด้านการสอน จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นางสาวอุใบหย๊ะ หีมจิตร |
| 15 | รางวัลรางวัลที่ ๑ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมทักษะโคเนื้อ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายภูริพงศ์ จิตรมะโน |
| 16 | รางวัลรางวัลที่ ๒ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมทักษะโคนม จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายภูริพงศ์ จิตรมะโน |
| 17 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมสัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาสัตวศาสตร์ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายภูริพงศ์ จิตรมะโน |
| 18 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมสัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาสัตวศาสตร์ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายเสฐียรพงศ์ เกษพิทักษ์นนท์ |
| 19 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมการแข่งขัน อกท.ร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวอณัญญา ปานทอง |
| 20 | รางวัลเหรียญทองแดง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมทักษะผสมเทียมโค จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นสพ.ธีระยุทธ ชาวุฒิ |
| 21 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมการแข่งขันทักษะไม้ผล จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวพรทิพา สิงหะบาล |
| 22 | รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม ระดับภาคกลาง ทักษะเพาะพันธุ์ปลา จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายชลกานต์ ขวัญนาวารักษ์ |
| 23 | รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม ระดับภาคกลาง ทักษะเพาะพันธุ์ปลา จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายวรากร จุลเลศ |
| 24 | รางวัลอันดับที่๓ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายสุวิทย์ หนูรอด |
| 25 | รางวัลอันดับที่๓ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางมนัชญา ชูบาล |
| 26 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ทักษะการจัดสวนในภาชนะแก้วใ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายธีระวัฒน์ สามทอง |
| 27 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ทักษะการจัดสวนในภาชนะแก้วใ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางกมลรัตน์ กรรณสูต |
| 28 | รางวัลอันดับที่๓ เหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ทักษะไฟฟ้า จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวอาภาวรรณ ปิยะนุสรณ์ |
| 29 | รางวัลอันดับที่๓ เหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ทักษะไฟฟ้า จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายพนธกร ทาบุดดี |
| 30 | รางวัลอันดับที่๓ เหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ทักษะไฟฟ้า จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายฉัตรมงคล คำพา |
| 31 | รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม ระดับภาคกลาง ทักษะการพูดในที่ชุมชน จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวอุใบหย๊ะ หีมจิตร |
| 32 | รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม ระดับภาคกลาง ทักษะการพูดในที่ชุมชน จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวซูไรดา เพ็ชรเบญวาฮับ |
| 33 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมสัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาสัตวศาสตร์ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางชนากานต์ จิตรมะโน |
| 34 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะผลิตลูกชิ้นจากสัตว์ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวชนกนาถ ธนวิบูลย์พันธ์ |
| 35 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะผลิตลูกชิ้นจากสัตว์ จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายสุริยา ทุดปอ |
| 36 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมสัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวสุชานุช พิศุทธางกูร |
| 37 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมสัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายชิษณุพงศ์ ทวีเมือง |
| 38 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมสัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวภาวิณี พูลเกษม |
| 39 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมการแข่งขัน อกท.ร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย อาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี | นายวิชาญ จรบุรมณ์ |
| 40 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมการแข่งขัน อกท.ร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายฉัตรมงคล คำพา |
| 41 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมการแข่งขัน อกท.ร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นายปัณณวิชญ์ พาลีวัน |
| 42 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมการแข่งขัน อกท.ร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวภาวิณี พูลเกษม |
| 43 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง ผู้ฝึกซ้อมการแข่งขัน อกท.ร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 45 ที่ วษท.สุพรรณบุรี | นางสุภาพร พรหมเทพ |
| 44 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับชาติ ผู้ฝึกซ้อมทักษะโคเนื้อ จัดโดย อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายภูริพงศ์ จิตรมะโน |
| 45 | รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม ระดับชาติ แข่งขัน อกท.ร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นางสาวศรินทิพย์ ทองปราง |
| ลำดับ | รางวัล/ผลงาน | นักเรียนนักศึกษาเจ้าของผลงาน |
|---|---|---|
| 1 | รางวัลอันดับ๑ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะโคเนื้อ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายนภัส เชื้อนิล สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 2 | รางวัลอันดับ๑ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะโคเนื้อ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายโกสินทร์ บุญมาทน สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 3 | รางวัลอันดับ๑ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะโคนม จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาววันวิสา รัศมี สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 4 | รางวัลอันดับ๑ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะโคนม จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายฐณะวัฒน์ สรรพาวุธ สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 5 | รางวัลเหรียญทองแดง ระดับภาคกลาง ทักษะการผสมเทียมโค จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายชัชพีร์ พุ่มซ้อน สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 6 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ทักษะไม้ผล จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวแก้วมณี คำศรี สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 7 | รางวัลอันดับ ๓เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายดิลกพัฒน์ คำวงศ์ สาขางานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 8 | รางวัลอันดับ ๓เหรียญทอง ระดับภาคกลาง ทักษะวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายลัชชานนท์ วิชิตกูล สาขางานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 9 | รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม ระดับภาคกลาง ทักษะเพาะพันธุ์ปลา จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายฤทธิชัย เกตุทอง สาขางานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 10 | รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม ระดับภาคกลาง ทักษะเพาะพันธุ์ปลา จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายภราดา ศิลป์ศร สาขางานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 11 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง แข่งขันทักษะการจัดสวนในภาชนะแก้วใส จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายศรายุทธ มารศิริ สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 12 | รางวัลอันดับที่ ๓ เหรียญเงิน ระดับภาคกลาง ทักษะไฟฟ้า จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวอรปรียา ชาวไร่ปราณ สาขางานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 13 | รางวัลเหรียญทองแดง ระดับภาคกลาง ทักษะการพูดในที่ชุมชน จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายศิลาชล สันติสุขไพบูลย์ สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 14 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง แข่งขันทักษะผลิตลูกชิ้นจากเนื้อสัตว์ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวศศิวรรณ สุขวังไทร สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 15 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง แข่งขันทักษะผลิตลูกชิ้นจากเนื้อสัตว์ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวญาณิศา ธะทอง สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 16 | รางวัลอันดับ ๒ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายธีรโชติ จุ้ยทอง สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 17 | รางวัลอันดับ ๒ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายณัฐพงศ์ จิระเพชรอำไพ สาขางานพืชศาสตร์ |
| 18 | รางวัลอันดับ ๒ เหรียญทอง ระดับภาคกลาง สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายณัฐพนธ์ จิระเพชรอำไพ สาขางานพืชศาสตร์ |
| 19 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาสัตวศาสตร์ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวสุดา ฟักเถื่อน สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 20 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาสัตวศาสตร์ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวธาริกา ทรัพย์มา สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 21 | รางวัลเหรียญเงิน ระดับภาคกลาง สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาสัตวศาสตร์ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวณิชมล อินทร์พลับ สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 22 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง แข่งขันการเข้าร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวพัชษภรณ์ อรรณพรัตน์ สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 23 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง แข่งขันการเข้าร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายภานุวัฒน์ คล้ายวงศ์ สาขางานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 24 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง แข่งขันการเข้าร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวสกุลทิพย์ กิจหงวน สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 25 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง แข่งขันการเข้าร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวณัฐณิชา บุญขำ สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 26 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง แข่งขันการเข้าร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นายชัยวัฒน์ ว่องการดี สาขางานการผลิตสัตว์ |
| 27 | รางวัลเหรียญทอง ระดับภาคกลาง แข่งขันการเข้าร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย อกท. ระดับภาค ณ วษท.สุพรรณบุรี | นางสาวปรางปะลิน ศรีมนตรี สาขางานการผลิตสัตว์ |
| 28 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ ทักษะโคเนื้อ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายนภัส เชื้อนิล สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 29 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับ ทักษะโคเนื้อ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายโกสินทร์ บุญมาทน สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 30 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ ทักษะโคนม จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นางสาววันวิสา รัศมี สาขางานสัตวศาสตร์ |
| 31 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ ทักษะโคนม จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายฐณะวัฒน์ สรรพาวุธ สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 32 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ ทักษะวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายดิลกพัฒน์ คำวงศ์ สาขางานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 33 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ ทักษะวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายลัชชานนท์ วิชิตกูล สาขางานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 34 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายธีรโชติ จุ้ยทอง สาขางานเกษตรศาสตร์ |
| 35 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายณัฐพงศ์ จิระเพชรอำไพ สาขางานพืชศาสตร์ |
| 36 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ สัมมนาประเภททดลองวิจัย สาขาทั่วไป จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นายณัฐพนธ์ จิระเพชรอำไพ สาขางานพืชศาสตร์ |
| 37 | รางวัลเข้าร่วมการแข่งขัน ระดับระดับชาติ ทักษะไฟฟ้า จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นางสาวอรปรียา ชาวไร่ปราณ สาขางานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ |
| 38 | รางวัลเหรียญทอง ระดับระดับชาติ แข่งขันการเข้าร่วมกิจกรรมประชุมวิชาการ จัดโดย งานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 45 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล | นางสาวสกุลทิพย์ กิจหงวน นางสาวณัฐณิชา บุญขำ นายชัยวัฒน์ ว่องการดี นางสาวปรางปะลิน ศรีมนตรี |
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานการอาชีวศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด และกำหนดมาตรฐานการศึกษาหรือประเด็นการประเมินเพิ่มเติมตามบริบทของสถานศึกษา (กรณีที่เพิ่มมาตรฐานหรือประเด็นการประเมิน)
โดยมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน ดังนี้
การจัดการอาชีวศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาให้มีความรู้ มีทักษะและการประยุกต์ใช้เป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับการศึกษา และมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษามีความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง ตามหลักการ ทฤษฏี และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่เรียน หรือทำงาน โดยเน้นความรู้เชิงทฤษฏี และหรือข้อเท็จจริง เป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับการศึกษา
ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษามีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทักษะวิชาชีพ และทักษะชีวิตเป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับการศึกษา สามารถประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน และการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีสุขภาวะที่ดี
ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษามีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยที่ดี ภูมิใจและรักษาเอกลักษณ์ของชาติไทย เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ของตนเองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสาธารณะ และมีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม
สถานศึกษามีครูที่มีคุณวุฒิการศึกษาและจำนวนตามเกณฑ์ที่กำหนด ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในการจัด การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และบริหารจัดการทรัพยากรของสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสำเร็จในการดำเนินการตามนโยบายสำคัญของหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา
สถานศึกษามีความสำเร็จในการดำเนินการบริหารจัดการสถานศึกษา ตามนโยบายสำคัญที่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษามอบหมาย โดยความร่วมมือของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้เรียน รวมทั้งการช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนจากผู้ปกครอง ชุมชน สถานประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
สถานศึกษาใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สถานประกอบการ ตลาดแรงงาน มีการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาใหม่ หรือกลุ่มวิชาเพิ่มเติมให้ทันต่อ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงาน โดยความร่วมมือกับสถานประกอบการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สถานศึกษามีครูที่มีคุณวุฒิการศึกษาและมีจำนวนตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เพื่อเป็นผู้พร้อมทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเข้มแข็งทางวิชาการและวิชาชีพ จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน ตามหลักสูตร มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับการศึกษา ตามระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนของแต่ละหลักสูตร ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ดูแลให้ครูจัดการเรียนการสอนรายวิชาให้ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์
สถานศึกษาบริหารจัดการบุคลากร สภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน ศูนย์วิทยบริการ สื่อ แหล่งเรียนรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ ครุภัณฑ์ และงบประมาณของสถานศึกษาที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพ
สถานศึกษาร่วมมือกับบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มีการจัดทำนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย
สถานศึกษามีการสร้างความร่วมมือกับบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการจัดการศึกษา การจัดทรัพยากรทางการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ การบริการทางวิชาการและวิชาชีพ โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาผู้เรียนและคนในชุมชนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้
สถานศึกษาส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย โดยผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียน หรือร่วมกับบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ และเผยแพร่สู่สาธารณชน
ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 กำหนดให้สถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ดังนี้
1. การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด
2. การจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
3. การดำเนินการตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
4. การประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
5. การติดตามผลการดำเนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
6. การจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาเป็นประจำทุกปี
7. การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากผลการประเมินตนเองและตามข้อเสนอแนะของหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ได้ดำเนินการขับเคลื่อนระบบการประกันคุณภาพภายในตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ปรากฏผลการดำเนินการ ดังแสดงในตารางที่ 4.1
| ที่ | การขับเคลื่อนระบบประกันคุณภาพภายใน | ผลการดำเนินการขับเคลื่อน | |
|---|---|---|---|
| ดำเนินการ | ไม่ได้ดำเนินการ | ||
| 1 | การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด | ||
| 2 | การจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา | ||
| 3 | การดำเนินการตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา | ||
| 4 | การประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา | ||
| 5 | การติดตามผลการดำเนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา | ||
| 6 | การจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาเป็นประจำทุกปี | ||
| 7 | การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากผลการประเมินตนเองและตามข้อเสนอแนะของหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา | ||
หมายเหตุ : ผลการดำเนินการขับเคลื่อน ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่อง ดำเนินการ หรือ ไม่ได้ดำเนินการ
1. ครูมีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ 2. ครูมีคุณสมบัติเหมาะสมกับภาระงานที่ได้รับมอบหมาย ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การแต่งตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบคุณภาพการศึกษา มีการประเมินเบื้องต้น
คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ควรช่วยกันกระตุ้น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา และจัดทำโครงการพัฒนาก่อนเปิดภาคเรียน
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน 33 ภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ดังต่อไปนี้
ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่หลักสูตรกำหนด จำนวน 69 คน
ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลไม่ต่ำกว่า 2.00 จำนวน 67 คน คิดเป็นร้อยละ 97.10
ด้านนโยบาย สถานศึกษากำหนดให้มีการเรียนการสอนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางเป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด ด้านวิชาการ สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามรายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางด้วยกิจกรรมเสริม เช่น กิจกรรมในวันคริสต์มาส กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ กิจกรรมวันภาษาไทย กิจกรรมการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์
สถานศึกษาได้วางแผนการจัดการเรียนการสอนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางเป็นไปตามที่กำหนดในหลักสูตรสถานศึกษา
1ประชุมคณะกรรมการเพื่อจัดรายวิชาให้สอดคล้องและเหมาะสมกับผู้เรียนตามระดับชั้น 2 ดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนด
มีการนิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนโดยผู้บริหารสถานศึกษาและหัวหน้าแผนก และรายงานผลตามลำดับชั้น
1 สรุปผลการดำเนินงานให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ 2 นำผลการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนไปใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ผู้สำเร็จการศึกษาที่เข้ารับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ จำนวน 69 คน
ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรก จำนวน 64 คน คิดเป็นร้อยละ 92.75
ด้านนโยบาย สถานศึกษากำหนดให้มีการเรียนประเมินมาตรฐานวิชาชีพเป็นไปตามที่ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 กำหนด ด้านวิชาการ สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานวิชาชีพตามสาขาวิชาด้วยกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมเสริมหลักสูตร ได้แก่ การส่งเสริมผู้เรียนให้เข้าแข่งขันทักษะวิชาชีพขององค์การเกษตรกรในอนาคตในพระราชูปถัมภ์ฯ
สถานศึกษาได้วางแผนให้มีการประเมินมาตรฐานวิชาชีพตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษากำหนด
๑ แต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน ๒ ดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนด
มีการนิเทศติดตามกระบวนการประเมินมาตรฐานวิชาชีพและรายงานผลตามลำดับชั้น
๑ สรุปผลการประเมินมาตรฐานวิชาชีพให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ
๒ นำผลการประเมินของผู้เรียนแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ
3 นำผลการประเมินของผู้เรียนไปใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 1) สมรรถนะด้านภาษา
- ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐาน CEFR จำนวน 20 คน
2) สมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล
- ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล ตามมาตรฐาน การทดสอบปลายภาคเรียนรายวิชาเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ จำนวน 69 คน
1) สมรรถนะด้านภาษา
- ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐาน CEFR จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 57.14 ของผู้เข้ารับการประเมิน
2) สมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล
- ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านทดสอบสมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล ตามมาตรฐาน การทดสอบปลายภาคเรียนรายวิชาเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการประเมิน
ด้าน นโยบาย สถานศึกษามีการส่งเสริมให้ครูได้จัดการสอนและการดูแลพิเศษ เพื่อปรับปรุงพัฒนา ตามแนวนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในเรื่องการส่งเสริมการสอนภาษาต่างประเทศ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ และนำความรู้ไปใช้ได้จริง ด้าน วิชาการ สถานศึกษาสามารถพัฒนาการจัดการศึกษาได้เหมาะสมตามความเหมาะสมและลักษณะของผู้เรียนรายกลุ่ม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์มากกว่า 80 % โดยเทียบกับจำนวนผู้เรียนที่มีอยู่จริง ด้าน สังคม ผู้เรียนได้เรียนรู้และรับการอบรมพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกอาชีพ หรือ ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น สามารถนำความรู้ทักษะทางภาษาไปใช้ในการประกอบอาชีพไ หรือศึกษาต่อได้
ผู้สอนได้จัดทำบันทึกขออนุญาตในการจัดกิจกรรมติวภาษาเพื่ออนาคตผู้เรียน ในระดับ ปวช.๓
จัดครูผู้สอนภาษาอังกฤษและครูที่มีความรู้ด้านภาษามาช่วยกันติวให้กับผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา และ ได้ใช้แนวข้อสอบ V net ของ สอศ. จาก เส็บไซต์ สอศ มาจัดสอบให้นักเรียน
จากการทดลองจัดกิจกรรมเพื่อทดสอบภาษาต่างประเทศ ในระดับ ปวช.๓ นั้น ปรากฏว่า มีผู้เรียนผ่านเกณฑ์ ๕๐% จำนวน ๑๙ คน ผ่าน ๖๐% จำนวน ๑๖ คน และผ่านเกณฑ์ ๘๐% จำนวน ๔ คน
ในปีการศึกษาต่อไป (๒๕๖๘) จะจัดสอบให้กับ ปวช.๓ และ ปวส.๒ โดยใช้ข้อสอบวัดระดับมาตรฐาน CEFR ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ให้ครูภาษาอังกฤษจัดทำไว้ในการสอบระดับ ปริญญาตรี และจะเชิญครูจากสถานศึกษาอื่นมาร่วมพิจารณาคัดเลือกเพื่อนำมาใช้ต่อไป
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้ จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอื่น ๆ ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1 ผลการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน วิชาชีพ ในระดับปวช.3 จำนวน 39 คน จากผู้เข้ารับการประเมินทั้งหมด ๔๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๘๕ และในระดับปวส.2 ประเภทวิชาเกษตรกรรมและประเภทวิชาประมง จำนวน 2๕ คน จากผู้เข้ารับการประเมินทั้งหมด 2๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๕๙ เฉลี่ยทั้งระดับ ปวช. และ ระดับ ปวส. เท่ากับร้อยละ ๙๒.๗๕ เมื่อเทียบ ๒ ปีที่ผ่านมา ปีการศึกษา ๒๕๖๗ มีการพัฒนาขึ้นจากปี การศึกษา ๒๕๖๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ ร้อยละผู้สำเร็จการศึกษา ปวช. และ ปวส. ๙๔.๘๔ ๘๔.๑๕ ๙๒.๗๕ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอื่นๆ ไม่มี ไม่มี มีการประเมินด้านภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน CEFR 2 ผลการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน วิชาชีพ ในระดับ ดี ผู้เรียนได้รับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพเป็นไปตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของสถานประกอบการ
การส่งเสริมคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน CEFR
ปัจจุบัน ภาษาอังกฤษมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในสายอาชีพ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจัดให้มีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอาชีวะ และการสอบวัดระดับตามมาตรฐาน CEFR จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่มาและความสำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอาชีวะ การเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอาชีวะมีความสำคัญมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเตรียมความพร้อมสู่การทำงาน: ตลาดแรงงานในปัจจุบันหลายอาชีพต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม การบริการ และอุตสาหกรรมต่างๆ การที่นักเรียนอาชีวะมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานและได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้น การเข้าถึงแหล่งความรู้: ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนใหญ่ถูกนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ หากนักเรียนมีความเข้าใจในภาษาอังกฤษ จะสามารถศึกษาและเรียนรู้จากตำรา คู่มือ หรือบทความทางวิชาการต่างๆ ได้ด้วยตนเอง การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน: การมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีจะช่วยให้นักเรียนอาชีวะโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นและสามารถเติบโตในหน้าที่การงานได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในองค์กรข้ามชาติหรือบริษัทที่มีลูกค้าต่างชาติ การพัฒนาตนเอง: ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือการเข้าร่วมการฝึกอบรมและสัมมนาในต่างประเทศ ที่มาและความสำคัญของการจัดสอบตามมาตรฐาน CEFR CEFR หรือ Common European Framework of Reference for Languages เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้วัดระดับความสามารถทางภาษา ทำให้สามารถประเมินทักษะภาษาของผู้เรียนได้อย่างเป็นกลางและแม่นยำ การนำมาตรฐาน CEFR มาใช้ในการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของเด็กอาชีวะจึงมีความสำคัญดังนี้ การประเมินทักษะที่เป็นสากล: มาตรฐาน CEFR ช่วยให้สามารถประเมินระดับความสามารถทางภาษาของนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับ A1 (ผู้เริ่มต้น) จนถึง C2 (ผู้เชี่ยวชาญ) ทำให้สามารถนำผลสอบไปเทียบเคียงกับมาตรฐานสากลได้ การวางแผนการเรียนการสอน: ครูผู้สอนสามารถใช้ผลสอบ CEFR เพื่อออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับระดับความสามารถของนักเรียนแต่ละคน ทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น การรับรองคุณวุฒิ: ผลสอบ CEFR เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวะที่มีผลสอบในระดับที่น่าพอใจสามารถนำไปยื่นสมัครงานหรือสมัครเรียนต่อในต่างประเทศได้ การสร้างแรงจูงใจ: การมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสอบวัดระดับตามมาตรฐาน CEFR จะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเองอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านภาษาอังกฤษให้แก่ผู้เรียน
แนวคิดในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษสามารถแบ่งได้เป็น 3 กรอบหลัก ได้แก่ กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี กรอบแนวคิดเชิงปฏิบัติ และกรอบแนวคิดเชิงการประเมินผล โดยแต่ละกรอบมีเป้าหมายและวิธีที่แตกต่างกัน กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี (Theoretical Framework) กรอบนี้เน้นความเข้าใจในหลักการและทฤษฎีการเรียนรู้ภาษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism): การเรียนรู้ภาษาเกิดจากการเลียนแบบและการทำซ้ำๆ ผู้เรียนจะซึมซับภาษาผ่านการท่องจำและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทฤษฎีความรู้ความเข้าใจ (Cognitivism): เน้นกระบวนการทางความคิดของผู้เรียนในการสร้างความเข้าใจทางภาษา ผู้เรียนไม่ได้แค่เลียนแบบ แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างและกฎเกณฑ์ของภาษาด้วย ทฤษฎีมนุษยนิยม (Humanism): การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีเมื่อผู้เรียนมีแรงจูงใจและความสนใจในเนื้อหา การสอนจึงควรเน้นความต้องการของผู้เรียนและสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร กรอบแนวคิดเชิงปฏิบัติ (Practical Framework) กรอบนี้มุ่งเน้นการนำหลักการมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงและในห้องเรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเน้นทักษะ 4 ด้าน (Four Macro-Skills): การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้คำศัพท์และไวยากรณ์ การสื่อสารเชิงบูรณาการ (Communicative Language Teaching - CLT): มุ่งเน้นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารในสถานการณ์จริง ผู้เรียนจะได้ฝึกพูดโต้ตอบและทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ (English for Specific Purposes - ESP): การเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ปรับให้เข้ากับสาขาวิชาชีพหรืองานที่เฉพาะเจาะจง เช่น ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมาย ภาษาอังกฤษสำหรับงานโรงแรม หรือภาษาอังกฤษสำหรับนักธุรกิจ กรอบแนวคิดเชิงการประเมินผล (Assessment Framework) กรอบนี้ใช้ในการวัดผลและประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทราบระดับความสามารถที่แท้จริง กรอบมาตรฐานการประเมินภาษา CEFR (Common European Framework of Reference for Languages): มาตรฐานสากลที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาในระดับต่างๆ ตั้งแต่ A1 (ผู้เริ่มต้น) ถึง C2 (ผู้เชี่ยวชาญ) ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning): การใช้การประเมินเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ เช่น การให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไข การประเมินเพื่อสรุปผล (Assessment of Learning): การสอบเพื่อวัดผลความรู้และทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ในตอนท้าย เช่น การสอบปลายภาคหรือการสอบวัดระดับมาตรฐาน
ได้จัดกิจกรรมติวผู้เรียนและจัดสอบ โดยครูใช้ข้อสอบที่ สอศเผยแพร่ออนไลน์ในการเตรียมสอบ V Net และนำมาทดสอบผู้เรียนระดับ ปวช.๓
ผู้เรียนสอบผ่านเกณฑ์ทุกคน ตามระดับความสามารถ
ครูได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียน ผู้เรียนเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมากขึ้น
ผู้เรียนสอบผ่านในระดับดี
จัดทำข้อสอบตามมาตรฐาน ทั้ง ปวช. และ ปวส.
เชิญครูผู้มีประสบการณ์ร่วมออกข้อสอบให้ตรงตามมาตรฐาน CEFR
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาจนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษา |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านความรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่หลักสูตรกำหนด จำนวน 69 คน
ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่หลักสูตรกำหนด โดยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลไม่ต่ำกว่า 2.00 จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการประเมิน
ด้านนโยบาย สถานศึกษากำหนดให้มีการเรียนการสอนในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพเป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด
ด้านวิชาการ สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามรายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพด้วยกิจกรรมเสริม เช่น โครงการศึกษาดูงานศัตรูพืช การแข่งขันทักษะวิชาชีพองค์การเกษตรกรในอนาคตในพระราชูปถัมภ์ฯ
ด้านสังคม สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้เรียนและปฏิบัติไปต่อยอดงานการเกษตรให้ก้าวหน้า โดยการร่วมอบรมให้ความรู้และทักษะแก่กลุ่มเกษตรกรและชุมชน สถานศึกษาได้วางแผนการจัดการเรียนการสอนในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพเป็นไปตามที่กำหนดในหลักสูตรสถานศึกษา
1 ประชุมคณะกรรมการเพื่อจัดรายวิชาให้สอดคล้องและเหมาะสมกับผู้เรียนตามระดับชั้น 2 ดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนด
มีการนิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนโดยผู้บริหารสถานศึกษาและหัวหน้าแผนก และรายงานผลตามลำดับชั้น
2.๔.๑ สรุปผลการดำเนินงานให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
2.๔.๒ นำผลการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนไปใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 9 คน
ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับนานาชาติ ระดับชาติ ระดับภาค และระดับจังหวัด รวมทั้งสิ้น 16 รางวัล จำแนกในแต่ละระดับ ดังนี้
1) รางวัลระดับสถานศึกษา จำนวน 0 รางวัล
2) รางวัลระดับจังหวัด จำนวน 7 รางวัล
3) รางวัลระดับภาค จำนวน 7 รางวัล
4) รางวัลระดับชาติ จำนวน 2 รางวัล
5) รางวัลระดับนานาชาติ จำนวน 0 รางวัล
ด้านวิชาการ ผลการเข้าร่วมการแข่งขันกิจกรรม ส่งเสริมให้ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของนักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขัน สามารถพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านวิชาการในสาขาวิชาเกษตรกรรมได้อย่างชัดเจน สามารถถ่ายทอดความรู้ผ่านการนำเสนอผลงาน การตอบคำถาม และการอภิปรายในที่ประชุมได้อย่างมั่นใจ ได้ฝึกฝนการคิดวิเคราะห์ การวางแผน การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกันเป็นทีม และสามารถนำความรู้จากห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำโครงงานหรือกิจกรรมที่แข่งขัน เกิดความตระหนักรู้ในคุณค่าของการศึกษาและวิชาชีพด้านเกษตรกรรม การเข้าร่วมแข่งขันยังทำให้สถานศึกษาได้รับการยอมรับในด้านการส่งเสริมนักเรียนให้มีความสามารถทางวิชาการ เป็นแรงบันดาลใจให้นักศึกษารุ่นอื่น ๆ เห็นความสำคัญของการเข้าร่วมกิจกรรมวิชาการด้วย ด้านสังคม การพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น นักศึกษาได้ฝึกฝนการทำงานเป็นทีม การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพภายในกลุ่ม ได้เรียนรู้การเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และการร่วมตัดสินใจบนพื้นฐานของความเข้าใจร่วมกัน เสริมสร้างความมั่นใจและบุคลิกภาพ ได้สร้างเครือข่ายทางสังคมและวิชาชีพ และมีโอกาสได้ปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นผู้นำและพลเมืองดี ส่งเสริมให้ชุมชนและผู้ปกครองเห็นถึงศักยภาพของนักเรียน และการส่งเสริมกิจกรรมที่เน้นการพัฒนาทั้งด้านวิชาการและสังคม
เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพของนักเรียน นักศึกษา ให้มีมาตรฐานระดับสูง พร้อมต่อการแข่งขัน ในระดับต่างๆ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ได้แก่ 1 วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนของนักเรียน/นักศึกษาในแต่ละสาขาวิชา 2 คัดเลือกทักษะวิชาชีพที่มีศักยภาพและความพร้อมในการแข่งขัน 3 จัดทำแผนฝึกซ้อมทักษะ และแผนเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ 4 กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ เช่น คะแนนจากการซ้อม/การประกวดที่ผ่านม
1 ดำเนินการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ 2 เชิญผู้เชี่ยวชาญภายนอกหรือศิษย์เก่ามาให้คำปรึกษาและติวเข้ม 3 จัดกิจกรรมหรือการประกวดภายในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพ 4 ส่งนักเรียน/นักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่าง ๆ (จังหวัด, ภาค, ประเทศ)
3.1 ประเมินผลจากการฝึกซ้อมและผลการแข่งขัน 3.2 สังเกตพัฒนาการของผู้เข้าแข่งขันในด้านทักษะ เทคนิค และความมั่นใจ 3.3 รวบรวมข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ ผู้ฝึกสอน และผู้เข้าแข่งขัน 3.4 วิเคราะห์จุดที่ต้องปรับปรุงหรือพัฒนาเพิ่มเติม
1 ปรับปรุงแผนการฝึกซ้อมในรอบถัดไปตามผลการประเมิน 2 สร้างฐานข้อมูลองค์ความรู้ เทคนิคการแข่งขัน เพื่อใช้ในการพัฒนาต่อเนื่อง 3 จัดทำคู่มือหรือแนวทางฝึกซ้อมที่เป็นระบบ 4 ส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจ เช่น เกียรติบัตร เพื่อยกระดับความภาคภูมิใจ
ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 69 คน
1) ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด
2) ได้รับรางวัลจากการประเมินศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาในระดับดังนี้
- จังหวัด ระดับ 3 ดาว
- ภาค ระดับ 0 ดาว
- ชาติ ระดับ 0 ดาว
ด้านนโยบาย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ได้ดำเนินงานตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในการจัดทำโครงการเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม ให้นักเรียน นักศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระในระดับอาชีวศึกษา ระดับภาค และระดับชาติ
ด้านวิชาการ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการเรียนรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา ความรู้ทางวิชาการ และทักษะวิชาชีพในการเป็นผู้ประกอบการในแต่ละสาขาวิชาชีพ โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นธุรกิจ การศึกษาดูงานในระดับสถานศึกษา และระดับอาชีวศึกษา
ด้านสังคม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ได้ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาการ และทักษะวิชาชีพ ให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแก่กลุ่มคนรอบข้าง และสามารถทำงาน หรืออยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคม และชุมชนได้อย่างมีความสุข
ด้านเศรษฐกิจ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี สนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ประกอบธุรกิจในระดับรายย่อยในช่วงเวลาว่าง เพื่อฝึกประสบการณ์การเป็นผู้ประกอบการ และเสริมศักยภาพนักเรียน นักศึกษา พัฒนาความรู้และทักษะด้านการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจในระดับต้น ๆ
ด้านสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการดำเนินโครงการธุรกิจหรือนวัตกรรมที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด และยังเป็นมิตรกับประชาชนในท้องถิ่น
จุดเด่น วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีมีการดำเนินงานส่งเสริมสมรรถนะของผู้เรียนในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระอย่างเป็นระบบ โดยสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาอย่างชัดเจน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนในทุกมิติ ทั้งด้านนโยบาย วิชาการ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมความรู้และทักษะของนักเรียน นักศึกษาเป็นไปอย่างหลากหลาย มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบเชิงปฏิบัติจริง รวมถึงการอบรม การศึกษาดูงาน และการส่งเสริมให้ดำเนินธุรกิจขนาดย่อมในช่วงเวลาว่าง เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ตรงในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับแนวคิดด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนตระหนักถึงความยั่งยืนและเป็นมิตรกับชุมชนโดยรอบ อันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสถานศึกษาในการปลูกฝังแนวคิดผู้ประกอบการที่มีคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กับความสามารถทางวิชาชีพ
จุดที่ควรพัฒนา แม้ว่าวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีจะมีแนวทางที่ชัดเจนในการส่งเสริมสมรรถนะของผู้เรียนด้านการเป็นผู้ประกอบการ แต่อาจยังขาดการนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานในเชิงปริมาณ เช่น จำนวนผู้เรียนที่เริ่มต้นธุรกิจจริง หรือผลลัพธ์ของการประกอบอาชีพหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา อีกทั้งยังไม่มีการยกตัวอย่างโครงการที่ประสบความสำเร็จหรือกรณีศึกษาที่เด่นชัดซึ่งสามารถใช้เป็นต้นแบบหรือแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียนรายอื่น นอกจากนี้ กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ชุมชน หรือผู้ประกอบการท้องถิ่นก็ยังปรากฏไม่เด่นชัดนัก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีมุมมองที่หลากหลายและมีประสบการณ์จริงจากแหล่งเรียนรู้นอกสถานศึกษา อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การตลาดออนไลน์หรือการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่ปัจจุบันมีบทบาทอย่างมากต่อการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน สุดท้ายคือการจัดระบบติดตามและประเมินผลในระยะยาวซึ่งจะช่วยให้สถานศึกษาสามารถวิเคราะห์ผลกระทบและพัฒนานโยบายหรือกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต 1 สถานศึกษามีการวางแผนพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจอาชีพอิสระ
2 การจัดทำคำของบประมาณและการเสนอของบประมาณเพื่อจัดทำโครงการสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจอาชีพอิสระ
3 วางแผนการดำเนินโครงการและกิจกรรม จัดทำแผนปฏิบัติโครงการสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจอาชีพอิสระ1 ดำเนินกิจกรรมตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติ โดยมอบหมายภารกิจให้แก่บุคลากรทีรับผิดชอบอย่างเหมาะสม 2 ดำเนินการตามแผนงานและแผนปฏิบัติงานที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง และบันทึกผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ 3 จัดทำเอกสารสรุปผลการดำเนินงานเพื่อนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบและประเมินผลในลำดับถัดไป
2.3.1 ติดตามผลการดำเนินงานและประเมินความสำเร็จของแผนงานและกิจกรรม
2.3.2 สรุปผลการประเมินพร้อมจัดทำรายงานเสนอผู้บริหารและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
2.3.3 วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อหาแนวทางปรับปรุงสถานศึกษานำผลจากการประเมินมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุง พัฒนา และวางแผนต่อยอดการดำเนินงานในอนาคต โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสมรรถนะของผู้เรียนให้สามารถประกอบอาชีพอิสระหรือเป็นผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
1) ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตราฐานอาชีพของ จำนวน 0 คน
1) ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
ผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 จำนวน 171 คน มีงานทำและศึกษาต่อ จำนวน 128 คน
ผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 มีงานทำและศึกษาต่อ จำนวน 128 คน คิดเป็นร้อยละ 74.85 ของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด
ด้านนโยบาย มุ่งผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่มีความจำเป็นตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ด้านวิชาการ เน้นรูปแบบการเรียนรู้สู่การปฏิบัติเพื่อสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพให้ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อุตสาหกรรมและความต้องการกำลังคนของประเทศ มุ่งเน้นพัฒนาให้ผู้สำเร็จการศึกษามีงานทำ ด้านเศรษฐกิจ ผู้สำเร็จการศึกษามีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพสอดคล้องกับตลาดแรงงานเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีงานทำ มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้านสังคม การผลิตกำลังแรงงานของอาชีวศึกษาที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรู้ ความสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานให้เป็นที่ยอมรับของสังคมส่วนรวม จุดเด่น ผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ จุดที่ควรพัฒนา ควรจัดทำแบบสอบถามความพึงพอใจของสถานประกอบการ หรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งในด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตลอดจนความรู้ หรือทักษะการประยุกต์ใช้ตามหลักการ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่เรียน สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์เป็นที่ต้องการของหน่วยงานและสังคม ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ควรจัดทำแบบสอบถามความพึงพอใจของหน่วยงานสถานประกอบการ หรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา 2567
สถานศึกษาได้ดำเนินการติดตามผู้สำเร็จการศึกษาทั้งผู้ที่สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2566 ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาสัตวศาสตร์ สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สาขาพืชศาสตร์ และสาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ โดยมีคณะทำงานในงานแนะแนวอาชีพและการจัดหางาน ได้ดำเนินโครงการของงานแนะแนวอาชีพและการจัดหางานประจำปีงบประมาณ ซึ่งได้ติดตาม โดยใช้รูปแบบการติดตามข้อมูลจากศูนย์เครือข่ายกำลังคนอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน ๑ กระบวนการหรือรูปแบบในการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา ๒ จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)ที่ผ่านมา ๓ จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ที่ผ่านมา ๔ จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)ที่ผ่านมาที่มีงานทำประกอบอาชีพอิสระหรือศึกษาต่อ ๕ จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)ที่ผ่านมาที่มีงานทำประกอบอาชีพอิสระหรือศึกษาต่อ ๖ มีผลการติดตามผู้สำเร็จการศึกษาที่มีงานทำประกอบอาชีพอิสระหรือศึกษาต่อ
1. กระบวนการหรือรูปแบบในการติดตามผู้สำเร็จการศึกษาของสถานศึกษา สถานศึกษาได้ดำเนินการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีคณะกรรมการทำงานแนะแนวอาชีพและจัดหางาน ได้ดำเนินการตามโครงการของงานแนะแนวอาชีพและจัดหางานประจำปีงบประมาณ โดยใช้รูปแบบการติดตามข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลจากศูนย์เครือข่ายกำลังคนอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2. จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในปีที่ผ่านมา ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปีการศึกษา 2566 ประเภทวิชาเกษตรกรรม สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ จำนวน 57 คน 3. จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในปีที่ผ่านมา ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีการศึกษา 2566 ประเภทวิชาเกษตรกรรม ดังนี้ - สาขาวิชาการผลิตสัตว์ จำนวน 25 คน - สาขาวิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 32 คน - สาขาวิชาพืชศาสตร์ จำนวน 49 คน - สาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ จำนวน 8 คน รวมทุกสาขาวิชา จำนวน 114 คน 4. มีผลการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา มีงานทำ ประกอบอาชีพอิสระ หรือศึกษาต่อ
ยังไม่มีการพัฒฯอย่างเด่นชัดในการดำเนินงาน
วิทยาลัยได้ดำเนินการศึกษาความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 รายละเอียดตามรายงานผลการศึกษาความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา
หน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ มีความพึงพอใจต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ในระดับ ดี ขึ้นไป จำนวน 115 คน คิดเป็นร้อยละ 100
ผลที่เกิดจากการความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ที่ต่อเนื่องจากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ
- ด้านนโยบาย ไม่มีผลสะท้อนของนบาย
- ด้านวิชาการ ไม่มีผลสะท้อนด้านวิชาการ
- ด้านเศรษฐกิจ ไม่มีผลสะท้อนด้านเศรษฐกิจ
- ด้านสังคม ไม่มีผลสะท้อนด้านสังคม
จุดเด่น ไม่มี
จุดที่ควรพัฒนา
กำลังพัฒนาการเก็บข้อมูลสำรวจความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2566 สู่ปีการศึกษา 2567 และปีการศึกษา 2568 ต่อไป
ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา
ควรจัดทำโครงการ ความพึงพอใจสถานประกอบการ หน่วยงานหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2568ประสานงานและทำงานร่วมกันกับงานความร่วมมือ งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี คอยสอบถามและติดตามข้อมูลของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งทางงานทวิฯที่ส่งนักเรียน นักศึกษาที่ส่งไปฝึกงานกับสถานประกอบการ
ขอข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการติดตามผู้เรียน เช่น สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ ที่เรียนกับทางวิทยาลัยเกษตรฯ 1 ปีการศึกษาและไปฝึกงานกับสถานประกอบการ สนามกอล์ฟสปริงฟิล์ด และเมื่อนักศึกษาผ่านการฝึกงานสามารถไปสมัครและเป็นพนักงานที่นั้นได้เลย
สอบถามและขอข้อมูลกับงานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และสอบถามผู้ที่สำเร็จการศึกษา โดยใช้แบบติดตามการมีงานทำ
ได้ประสานงานกับงานทวิภาคี เพื่อขอที่อยู่ทางสถานประกอบการในการจัดส่งเอกสารประเมินทั้งแบบออนไลน์และ checklist เพื่อให้ได้คำตอบในการติดตามมากที่สุด
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ จำนวน 6 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอาชีพ การมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1 ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น หรือ ประกอบอาชีพได้ทั้งอาชีพอิสระและในหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานราชการ 2 ผู้สำเร็จการศึกษามีทักษะทางวิชาชีพ พร้อมปฏิบัติงานในระดับดี
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) เกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ที่ระดับคะแนน 3
ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จำนวน 69 คน
ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้สำเร็จการศึกษา
ด้านนโยบาย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้กำหนดนโยบายส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเยาวชนอาชีวะให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ควบคู่ไปกับความรู้และทักษะอาชีพ ซึ่งการจัดค่ายคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายนี้สู่การปฏิบัติ วิทยาลัยจึงจัดกิจกรรมเพื่อตอบสนองต่อนโยบายของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาโดยได้นำนโยบาย “สุจริตจิตอาสา” ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดกิจกรรมค่ายคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งส่งเสริมการพัฒนา นักเรียนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา
ด้านวิชาการ นักเรียนได้รับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม พร้อมทั้งยังส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีคุณค่า มีจิตสาธารณะ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้นักเรรียนยังได้พัฒนาทักษะทางวิชาการควบคู่กับจริยธรรมในวิชาชีพอีกด้วย
ด้านสังคม นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมกลุ่ม สถานการณ์จำลอง และการอภิปราย ซึ่งช่วยส่งเสริมทักษะการสื่อสาร การฟัง และการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ พร้อมกันนี้นักเรียนได้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะสมาชิกของสังคมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังฝึกทักษะการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างสันติสุขด้วย 2.1.1 วิเคราะห์คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์จากกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอาชีวศึกษา และความต้องการของสถานประกอบการ
2.1.2 กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านคุณธรรม จริยธรรม เช่น ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความมีวินัย การมีจิตอาสา
2.1.3 วางแผนบูรณาการกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมในรายวิชา/กิจกรรมเสริมหลักสูตร เช่น กิจกรรมจิตอาสา การเรียนรู้ผ่านโครงงาน การอบรมคุณธรรม
2.1.4 จัดสรรทรัพยากร ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการดำเนินงาน 1 ดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของครู นักเรียน
2 จัดกิจกรรมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
3 ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Problem-based Learning เพื่อปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์
4 ใช้ครูและบุคลากรเป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model)1 ประเมินผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยใช้แบบประเมินตนเอง การประเมินโดยครู เพื่อน และสถานประกอบการ 2 ตรวจสอบความก้าวหน้าและปัญหาในการดำเนินกิจกรรม 3 รวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้เรียน ครู และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1 วิเคราะห์ผลการประเมิน และข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงแผนงานหรือกิจกรรมให้เหมาะสม 2 สรุปบทเรียนความสำเร็จและจุดที่ต้องพัฒนา เพื่อใช้ในการวางแผนรอบถัดไป 3. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานและเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี
ผู้สำเร็จการศึกษามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สถานศึกษากำหนด จำนวน 69 คน
ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สถานศึกษากำหนด ในระดับ ดี ขึ้นไป จำนวน 66 คน คิดเป็นร้อยละ 95.65 ของผู้ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลทั้งหมด
ในการจบการศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษามีคุณสมบัติอันพึงประสงค์ทุกคน มีผลต่อการเข้าสังคม การทำงานร่วมกับผู้อื่น
สนับสนุนสนุนการจัดกิจกรรมของครูที่ปรึกษา ครูผู้สอน มีแนวการประเมินชัดเจน
แนะนำให้ครูเข้าใจวิธีการวัดและประเมินคุณลักษณะ
ติดตามจากการจัดกิจกรรมในห้องเรียนและผลการประเมินตามรายการ
ทำแบบบันทึกรายงานการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนทุกรายวิชาตามที่สถานศึกษากำหนดหรืออาจเพิ่มเติมตามสมควร และติดตามการประเมิน
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยมีผู้สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จำนวน 69 คน
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยมีผู้สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 57.98 ของผู้เรียนแรกเข้า
ด้านนโยบาย สถานศึกษาได้ดำเนินการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนตามหลักการและนโยบายของ สอศ. แต่การออกกลางคันของผู้เรียนตามที่ครูที่ปรึกษาสังเกตและสอบถาม ติดตาม มาจากการไม่อยากมาเรียนแต่แรก รองลงมาคือ เรียนแล้วไม่ชอบการปฏิบัติงานเกษตร และทางบ้านไม่พร้อมช่วยเหลือผู้เรียนแม้ครูจะหาทุนและดูแลมีที่พัก อาหาร ให้แล้วก็ตาม ด้านวิชาการ ขาดผู้เรียนที่จะเรียนต่อในระดับสูงขึ้น ด้านเศรษฐกิจ มีผู้เรียนเข้าสู้ระบบการทำงานมากขึ้นในวัยรุ่น ด้านสังคม เกิดปัญหาคุณแม่วัยใส การหางานทำในระดับความรู้น้อย ด้านสิ่งแวดล้อม อาจเกิดปัญหาสังคมตามมา
ในการช่วยเหลือผู้เรียน สถานศึกษาจัดการเรียนภาคสมทบ โอนย้ายระบบการศึกษาให้ผู้เรียน เรียนแบบเก็บหน่วยกิต ให้เรียนเพิ่มแบบออนไลน์
การประชุมชี้แจง การแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษา และ การติดตามเยี่ยมบ้าน เยี่ยมหอพัก
ให้ครูที่ปรึกษารายงานผลการปฏิบัติงานดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด
มีการติดตามผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาในเรื่องการศึกษาต่อ ความสำเร็จในการประกอบอาชีพ การสอบถามสถานประกอบการ
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา การประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา การดูแลช่วยเหลือและแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษา ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1 .ผู้สำเร็จการศึกษาเป็นผู้ที่ผ่านการประเมินด้านคุณลักษณะ ร้อยละ ๑๐๐ 2 กิจกรรมพัฒนาคุณธรรมให้แก่ผู้ที่จะจบการศึกษามีหลกหลาย เช่น กิจกรรมในห้องเรียน กิจกรรมนอกห้องเรียน กิจกรรมร่วมกับชุมชน กิจกรรมทักษะวิชาชีพ กิจกรรมจิตอาสา ทำให้ผู้เรียนเกิดจิตสำนึก มีความอดทน
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ประจำปีการศึกษา 2567 มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย 3 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ปรากฏผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษาดังนี้
| ที่ | ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้านหรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ด้านความรู้ | 4 | ดีมาก | |
| 2 | ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ | 3 | ดี | |
| 3 | ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ | 4 | ดีมาก | |
| ผลการประเมิน มาตรฐานที่ 1 | 3.67 | ดีมาก | ||
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 3.67
สาขาวิชาที่พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ จำนวน 8 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 160 ของสาขาวิชาทั้งหมดที่สถานศึกษาจัดการเรียนการสอน
วิทยาลัยได้กำหนดให้มีการพัฒนาหลักสูตร (หลักสูตรสถานศึกษา) ตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ ดังนี้
1) ศึกษาความต้องการของตลาดแรงงานเพื่อการพัฒนาหรือการปรับปรุงหลักสูตร
2) พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะในสาขาวิชาหรือสาขางานหรือรายวิชาร่วมกับสถานสถานประกอบการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะอาชีพสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงาน
3) การนำหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ได้จากการพัฒนาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน
4) การติดตาม และประเมินผลการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ
ด้านนโยบาย การพัฒนาหลักสูตรภายใต้กรอบคุณวุฒิวิชาชีพ เนื่องจากการศึกษาและการฝึกอบรมเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้บุคคลมีความรู้ ทักษะและ พฤติกรรมที่พึงประสงค์สำหรับนำไปใช้และหรือประยุกต์ใช้ในการทำงาน การพัฒนาหลักสูตรการศึกษา ทุกระดับและหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพ จึงต้องยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมตามหลักสูตรมีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดแรงงาน ด้านวิชาการ หลักสูตรมีความสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เชื่อมโยงสมรรถนะอาชีพในการทำงานสู่ระบบคุณวุฒิทางการศึกษา หรือมาตรฐานอาชีพตามที่หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ให้การรับรองมาตรฐานกำหนดไว้ ในสาขาวิชาที่มีความเป็นเลิศดำเนินงานเป็นศูนย์กลางการพัฒนาหลักสูตร พัฒนาครู พัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษา พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการ และการประกันคุณภาพการอาชีวศึกษานำไปสู่การส่งเสริมนักเรียน นักศึกษาให้มีสมรรถะสูงตามมาตรฐานอาชีพทั้งในประเทศและมาตรฐานสากลสสามารถนำความรู้และทักษะไปประกอบอาชีพตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ด้านสังคม สถานศึกษามีนวัตกรรมการบริหารจัดการสอดคล้องกับสภาพบริบท และตอบสนองความต้องการของชุมชน สังคม และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ มีครุภัณฑ์และอุปกรณ์ สื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล ทรัพยากร สิ่งสนับสนุนการศึกษา ที่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนมีแนวทางการบำรุงรักษา ให้มีสภาพที่พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง และมีสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการและวิชาชีพได้ สถานศึกษาเป็นศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ การประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพในสาขาอาชีพที่สอดคล้องกับสาขาวิชา ที่มีความเป็นเลิศ ให้กับผู้เรียน ผู้สำเร็จการศึกษา ผู้ประกอบอาชีพ หรือ ประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างโอกาสการเข้าสู่โลกอาชีพและการมีงานทำ
-มีการวางแผนพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ ด้วยการจัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ -สำรวจวิเคราะห์ ความต้องการอาชีพ ความต้องการกำลังคนในท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกอาชีพที่วิทยาลัยฯ มีความพร้อมในการพัฒนาหลักสูตรอาชีพต่างๆ ตามความต้องการของชุมชนผู้สนใจ และนักเรียนนักศึกษา รวมทั้งความพร้อมของสถานศึกษาและกฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหมายของทางราชการ
-กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการวิพากษ์แผนการเรียนหลักสูตร ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2567 จำนวน 7 สาขาวิชาชีพ ร่วมกับสถานประกอบการ -กิจกรรมพัฒนาหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน 7 สาขาวิชาชีพ สอดคล้องกับความต้องการสถานประกอบการ -กิจกรรมพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงระบบทวิภาคี สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ สอดคล้องความต้องการสถานประกอบการ -กิจกรรมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ สถานศึกษาอาชีวศึกษา กลุ่มภาคกลาง -กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูในด้านกระบวนการ จัดการเรียนการสอน รับการนิเทศพัฒนาการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้อ้างอิงมาตรฐานอาชีพมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Leaning) ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพและหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2567 -กิจกรรมจัดทำแผนปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา
ผู้บริหาร หัวหน้าสาขาวิชา นิเทศการจัดการเรียนการสอน ของครูผู้สอน พร้อมให้คำแนะนำและสรุปผล รายงานผลการจัดกิจกรรมการสอน รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนด้วยงานวิจัย
-สะท้อนผลการจัดการการเรียนการสอนผ่านกระบวนการ PLC -รายงานการบริหารจัดการชั้นเรียน
ครูผู้สอนที่พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน 34 คน
ครูผู้สอนที่พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ด้านนโยบาย การยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น แบบโมดูล (Modular System) ที่มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาอาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Block Course) เพื่อสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาอย่างเข้มข้นเพื่อการมีงานทำ ด้านวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาสอดคล้องกับบริบท พื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรี มีกรอบแนวคิด คือ 1) ด้านการสร้างความรู้ ความเข้าใจ 2) ด้านการสร้างพลังความร่วมมือ 3) ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 4) ด้านการวัดและประเมินผล นั้น วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี จึงดำเนินโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นเพื่อเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาขึ้น โดยพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นร่วมกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 และโรงเรียนท่ายางวิทยา ตามบริบทของสถานศึกษาให้เหมาะสมสำหรับผู้เรียน เพื่อฝึกอบรมวิชาชีพ อันก่อให้เกิดอาชีพในอนาคต สถานศึกษาได้ทำการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น มุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพจำนวน 7 เพื่อเปิดทำการเรียนการสอนวิชาชีพระยะสั้น ให้ตอบสนองกับความต้องการของประชาชนทั่วไป นักเรียนนักศึกษาในระบบปกติ จบแล้วยังว่างงาน หรือต้องการประกอบอาชีพอิสระ หรือต้องการ มีอาชีพเสริม หรือต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือต้องการทดสอบคุณวุฒิวิชาชีพ และทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน รวมไปถึงผู้ที่ต้องการเทียบโอนหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ไปยังหลักสูตรการศึกษาในระดับต่าง ๆ ด้านสังคม สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรโดยการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ ผู้ประกอบอาชีพตามหลักสูตร สังคม ชุมชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและคำนึงถึง การที่นักเรียนนักศึกษาจะนำไปใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การประกอบอาชีพเสริม การเปลี่ยนอาชีพใหม่ การพัฒนาอาชีพเดิม การทดสอบมาตรฐานอาชีพ การเข้าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การเข้าศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ
-มีการวางแผนพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ ด้วยการจัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ สำรวจวิเคราะห์ ความต้องการอาชีพ ความต้องการกำลังคนในท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกอาชีพที่วิทยาลัยฯ มีความพร้อมในการพัฒนาหลักสูตรอาชีพต่าง ๆ ตามความต้องการของชุมชนผู้สนใจ และนักเรียนนักศึกษา รวมทั้งความพร้อมของสถานศึกษาและกฎ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหมายของทางราชการ
- กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการวิพากษ์แผนการเรียนหลักสูตร ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2567 จำนวน 9 สาขาวิชาชีพ ร่วมกับสถานประกอบการ - กิจกรรมพัฒนาหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 2567 จำนวน 7 สาขาวิชาชีพ สอดคล้องกับความต้องการสถานประกอบการ - กิจกรรมพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงระบบทวิภาคี สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ สอดคล้องความต้องการสถานประกอบการ - กิจกรรมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ สถานศึกษาอาชีวศึกษา กลุ่มภาคกลาง - กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูในด้านกระบวนการ จัดการเรียนการสอน รับการนิเทศพัฒนาการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้อ้างอิงมาตรฐานอาชีพมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Leaning) ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพและหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2567 - กิจกรรมจัดทำแผนปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา
การติดตามและประเมินผล การจัดการพัฒนาผู้เรียน โดยมีคณะกรรมการนิเทศก์การจัดการเรียนการสอนของครู ให้รายงานผลการจัดกิจกรรมการสอน รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนด้วยงานวิจัย
- สรุปผลการดำเนินงานของครูแต่ละคน - สรุปการประเมินการสอนของครูแต่ละภาคเรียน และแจ้งให้ครูรับทราบเพื่อการพัฒนา - ประชุมพิจารณาวางแผนลงในแผนยุทธ์ศาสตร์หรือแผนปฏิบัติการของสถานศึกษาต่อไป - สะท้อนผลการจัดการการเรียนการสอนผ่านกระบวนการ PLC ทุกสาขาวิชา
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา จำนวน 2 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1 การใช้หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช๒๕๖๗ ทั้งระดับ ปวช. และ ปวส. 2 การพัฒนาหลักสูตร CVM
พัฒนาศักยภาพศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (CVM) สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ วษท.เพชรบุรี’ 67
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีได้รับคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้เป็นศูนยบริหารเครือขายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management) สาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ เพื่อผลิตและพัฒนานักเทคโนโลยีภูมิทัศน์ชั้นสูง สามารถทำงานไดในระดับสากล ภายใตหลักสูตรที่ยึดโยงกับกรอบคุณวุฒิแหงชาติและการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ พัฒนาทักษะอาชีพและการเปนผูประกอบการของนักเรียนนักศึกษาและประชาชน ใหมีองค์ความรูและทักษะใหมที่จำเปนตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมอยางตอเนื่อง รวมถึงมีคุณลักษณะที่พึงประสงคและประสบการณวิชาชีพ ตรงกับความตองการของภาคประกอบการ รวมทั้งไดรับการรับรองมาตรฐานอาชีพจากหนวยงานที่ได้รับการยอมรับ สถานศึกษาได้รับการพัฒนาใหมีความเปนเลิศในสาขาวิชาที่ตอบสนองความตองการของชุมชน สังคม และยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเปนสถานศึกษาแหง ความสุข (Happiness College) และมีความปลอดภัยสำหรับผู้เรียนอาชีวศึกษา ได้รับการสงเสริมและสนับสนุนความรวมมือภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม ทั้งในประเทศและตางประเทศ ในการตอยอดองคความรูสูการผลิตเปนนวัตกรรมที่จะชวยสรางขีดความสามารถในการแขงขันระดับประเทศและระดับนานาชาติ นอกจากนั้นยังมีการสนับสนุนและพัฒนาครูใหมีสมรรถนะและประสบการณวิชาชีพที่ตรงกับความตองการของภาคประกอบการ รวมทั้งไดรับการรับรองมาตรฐานอาชีพจากหนวยงานที่ไดรับการยอมรับ
1. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นที่สอดคล้องกับสถานการณ์อาชีพเทคโนโลยีภูมิทัศน์ ณ ปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการศูนย์ CVM สาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานของศูนย์ CVM สาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ ให้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและความต้องการอาชีพเทคโนโลยีภูมิทัศน์ของสถานประกอบการทั้งภายในประเทศและระดับสากล 3. เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลของสำนักงานศูนย์ CVM สาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ ให้เป็นระบบทันสมัยเชื่อมโยงภาคีเครือขายความรวมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีที่เปิดสอนสาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ รวมถึงองคกรทางวิชาชีพ สถานประกอบการ สถาบันการศึกษาอาชีวศึกษา/อุดมศึกษาทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ2.4
-นโยบายมุ่งสร้าง/ผลิตกำลังคนอาชีวศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน, -นโยบายพัฒนาปริมาณและคุณภาพของครู บุคลากรทางการศึกษาด้านอาชีวศึกษา, -นโยบายพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา แหล่งเรียนรู้ใหม่, จุดเน้นเป้าหมายพัฒนาสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและความเชี่ยวชาญเฉพาะ, ยุทธศาสตร์ที่ 1. ผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพ ระดับฝีมือ เทคนิค และเทคโนโลยี โดยรูปแบบการศึกษาในระบบ นอกระบบ และทวิภาคี, ยุทธศาสตร์ที่ 3. ยกระดับคุณภาพในการให้บริการวิชาการ วิชาชีพ สู่ชุมชน และสังคม, เป้าประสงค์1 เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพ, เป้าประสงค์
1. จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร ประกอบด้วยผู้แทนจากสถานศึกษาและสถานประกอบการ 2. จัดประชุมระดมความคิดเห็น เพื่อสำรวจความต้องการด้านทักษะและสมรรถนะจากภาคอุตสาหกรรม 3. ปรับปรุงหลักสูตร โดยเน้นการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ และบูรณาการการเรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ 4. จัดการเรียนการสอนร่วมกัน เช่น ให้วิทยากรจากสถานประกอบการมาร่วมสอน หรือจัดฝึกงานในสถานประกอบการ 5. ประเมินผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลจากทั้งสถานประกอบการ ผู้เรียน และครูผู้สอน
1.ผู้เรียนมีทักษะและสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน 2.สถานประกอบการให้การตอบรับดี และยินดีรับนักเรียนเข้าฝึกงานหรือเข้าทำงาน 3.เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ ครูผู้สอนมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
1.ความร่วมมือที่ดีระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ 2.การเปิดใจรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างจริงใจ 3.การมีแผนการดำเนินงานและการติดตามที่ชัดเจน 4.การพัฒนาครูให้มีทักษะสอดคล้องกับอุตสาหกรรม
การนำหลักสูตรอาชีวศึกษามาบูรณาการกับมาตรฐานวิชาชีพ
การสอบมาตรฐานอาชีพด้านการเกษตร
การจัดสอบมาตรฐานอาชีพด้านการเกษตรควรมีแหล่งข้อมูลการสอบจากส่วนกลางส่งมาให้ประสานงาน
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) เกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผล การดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5
ครูผู้สอนที่จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำนวน 34 คน
1) ครูผู้สอนที่จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
2) ครูผู้สอนของวิทยาลัยได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามกระบวนการจัดทำแผนการเรียนรู้ที่วิทยาลัยกำหนด ดังนี้
- วิเคราะห์หลักสูตรรายวิชาเพื่อกำหนดหน่วยการเรียนรู้
- บูรณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม คุณลักษณะที่พึงประสงค์
- กำหนดรูปแบบการเรียนรู้และกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย
- กำหนดการใช้สื่อ เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมและนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
- กำหนดแนวทางการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง ด้วยวิธีการที่หลากหลา
สาขาวิชาพัฒนาให้นักเรียน นักศึกษามีศักยภาพ ทักษะวิชาชีพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศชาติ
สถานศึกษาได้บริหารงานแบบมีส่วนร่วมในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างตอเนื่องให้เป็นไปตามมาตรฐานอาชีวศึกษาโดยดำเนินการ ดังนี้ - มีการวางแผนนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการ จัดการเรียนการสอน ด้วยการจัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ - การกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในฝ่ายวิชาการ ภาระงานในฝ่าย โดยการประชุมก่อนเปิดภาคเรียนทุกครั้งเพื่อเตรียมการ - การวางแผนการดำเนินงานโดยใช้ผลการทำงานที่ผ่านมา วิเคราะห์ข้อบกพร่อง - การกำหนดกิจกรรมโครงการเพื่อนําผลไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนและสถานศึกษาต่อไป - การกำหนดระบบการกำกับติดตามการดำเนินงานในการจัดการเรียนการสอน - การจัดทำปฏิทินปฏิบัติงานอย่างชัดเจน
-ประชุมคณะกรรมการวิชาการเพื่อพิจารณารูปแบบและแนวทางการดำเนินการในการพัฒนางานวิชาการ หลักสูตร และผู้เรียน -ดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนดภายใต้การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA -ดำเนินงานตามปฏิทินปฏิบัติงานภายใต้การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA
-การติดตามและประเมินผล การจัดการทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ โดยกำหนดให้ครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะทุกรายวิชาส่งมายังงานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนตามระยะเวลาที่กำหนด -ผู้บริหาร หัวหน้าสาขาวิชา นิเทศการจัดการเรียนการสอน ของครูผู้สอน พร้อมให้คำแนะนำและสรุปผล
-ครูผู้สอนนำแผนการจัดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับแผนการ จัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะตรงตามสมรรถนะรายวิชา -รายงานการส่งแผนการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ -สรุปการส่งแผนการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะแยกระดับชั้น ปวช.และปวส. และแจ้งให้ครูรับทราบเพื่อการพัฒนา -ประชุมพิจารณาวางแผนลงในแผนยุทธ์ศาสตร์หรือแผนปฏิบัติการของสถานศึกษาต่อไป
ครูผู้สอนที่นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริงทุกรายวิชาที่ทำการสอน จำนวน 34 คน
ครูผู้สอนที่นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริงทุกรายวิชาที่ทำการสอน จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ด้านนโยบาย สถานศึกษามีรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ตามวงรอบปีการศึกษา และนำผลการประเมินตนเอง ไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากผลการประเมินตนเองและ ตามข้อเสนอแนะของหน่วยงานต้นสังกัดและผลการประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อนําไปสู่การพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อให้เกิดการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษา อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ นโยบายและพันธกิจของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายที่ 2 การยกระดับคุณภาพการศึกษา นโยบายที่ 3 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย นโยบายที่ 4 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นโยบายที่ 5 การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ให้ปรับรูปแบบการเรียนรู้ภายใต้หลักคิด ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาฝึกประสบการณ์ และพัฒนาครูให้มีสมรรถนะในการจัดอาชีวศึกษา และการส่งเสริมของสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด และได้ให้การยอบรับและยกย่องจากหน่วยงานต้นสังกัดตามวงรอบ ด้านวิชาการ สถานศึกษานำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาให้สอดคล้องบริบทและพันธกิจของสถานศึกษา โดยเน้นย้ำในการพัฒนาการศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา และได้รับยอมรับและยกย่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาสถานศึกษา ส่งเสริมการจัดทำแผนการเรียนรู้ นิเทศติดตามให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ครู และจัดทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อให้เห็นผลการแก้ปัญหาและการพัฒนาผู้เรียน ด้านสังคม สถานศึกษานำความรู้ที่ผู้เรียนได้เรียนและปฏิบัติและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร ชุมชน ให้มีความรู้เพื่อต่อยอดงานการเกษตรให้ก้าวหน้า
สถานศึกษาได้บริหารงานแบบมีส่วนร่วมในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนา สถานศึกษาอย่างตอเนื่องให้เป็นไปตามมาตรฐานอาชีวศึกษาโดยดำเนินการ ดังนี้ -มีการวางแผนนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการ จัดการเรียนการสอน ด้วยการจัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ -การกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในฝ่ายวิชาการ ภาระงานในฝ่าย โดยการประชุมก่อนเปิดภาคเรียนทุกครั้งเพื่อเตรียมการ -การวางแผนการดำเนินงานโดยใช้ผลการทำงานที่ผ่านมา วิเคราะห์ข้อบกพร่อง -การกำหนดกิจกรรมโครงการเพื่อนําผลไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนและสถานศึกษาต่อไป -การกำหนดระบบการกำกับติดตามการดำเนินงานในการจัดการเรียนการสอน การจัดทำปฏิทินปฏิบัติงานอย่างชัดเจน
ประชุมคณะกรรมการวิชาการเพื่อพิจารณารูปแบบและแนวทางการดำเนินการในการพัฒนางานวิชาการ หลักสูตร และผู้เรียน - ดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนดภายใต้การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA - ดำเนินงานตามปฏิทินปฏิบัติงานภายใต้การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA
การติดตามและประเมินผล การจัดการพัฒนาผู้เรียน โดยมีคณะกรรมการนิเทศก์การจัดการเรียนการสอนของครู ให้รายงานผลการจัดกิจกรรมการสอน รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนด้วยงานวิจัย
สรุปผลการดำเนินงานของครูแต่ละคน - สรุปการประเมินการสอนของครูแต่ละภาคเรียน และแจ้งให้ครูรับทราบเพื่อการพัฒนา - ประชุมพิจารณาวางแผนลงในแผนยุทธ์ศาสตร์หรือแผนปฏิบัติการของสถานศึกษาต่อไป
วิทยาลัยจัดการเรียนการสอนทั้งหมด จำนวน 5 สาขาวิชา มีสาขาวิชาที่ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการ จำนวน 6 สาขาวิชา
วิทยาลัยมีสาขาวิชาที่ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการ จำนวน 6 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 120 ของสาขาวิชาทั้งหมดที่สถานศึกษาจัดการเรียนการสอน
ด้านนโยบาย สถานศึกษามีการจัดการเรียนระบบทวิภาคีและรับบบปกติ โดยมีการดำเนินงานตามระบบการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การติดตามการนิเทศก์ผู้เรียน การปฐมนิเทศก่อนออกฝึกงาน การสัมมนาหลังฝึกงานเพื่อประเมินผล การเตรียมความพร้อมในสถานศึกษาก่อนออกฝึกงาน การหาสถานประกอบการใหม่ๆเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพตรงตามสาขาวิชา และความต้องการของผู้เรียน ด้านวิชาการ สถานศึกษาจัดการประชุมร่วมกับสถานประกอบการเพื่อวิเคราะห์ผู้เรียน วิเคราะห์ปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขร่วมกัน คุณสมบัติผู้เรียนที่สถานประกอบการต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต นำผลมาวิเคราะห์ในฝ่ายวิชาการเพื่อจัดทำหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการ ด้านสังคม สถานศึกษามีการนิเทศก์ติดตามผู้เรียนด้วยตนเองโดยมีครูตรงตามสาขาวิชาและครูที่ปรึกษาทำการนิเทศก์ โดยมีการแลกเปลี่ยนความรู้กับสถานประกอบการ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ความช่วยเหลือที่ทางวิทยาลัยสามารถให้การช่วยเหลือได้
สถานศึกษาได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานอาชีวศึกษาโดยดำเนินการดังนี้ - การกำหนดเป้าหมายของผู้เรียนในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ - การสำรวจความพร้อมของสถานประกอบการ ในการรับนักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์ - การจัดทำปฏิทินการปฏิบัติงานของฝ่ายงานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
ประชุมฝ่ายวิชาการเพื่อพิจารณากำหนดคุณสมบัติของผู้เรียนที่จะออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ - การปฐมนิเทศก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ - ดำเนินงานตามปฏิทินปฏิบัติงานภายใต้การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA
การติดตามและประเมินผล มีการวางแผนการนิเทศก์ แต่งตั้งคณะครูนิเทศก์ มีการรายงานผลจากครูนิเทศก์มายังงานทวิภาคีเพื่อรวบรวมข้อมูล การจัดสัมมนาหลังฝึกประสบการณ์วิชาชีพเพื่อประเมินผลการฝึกงาน
สรุปผลการดำเนินงาน - นำผลการประเมินงานมาประชุมพิจารณาเพื่อวางแผนในการจัดให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการของสถานศึกษาและกำหนดตามหลักสูตรอาชีวศึกษาต่อไป
วิทยาลัยมีครูผู้สอนทั้งหมด จำนวน 34 คน และครูผู้สอนที่จัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย จำนวน 34 คน
ครูผู้สอนของวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ด้านนโยบาย สถานศึกษาได้มีการตอบสนองนโยบายในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะ ที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา มีการการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูผู้สอน การจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายด้วยสมรรถนะทางดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีที่หลากหลาย และมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาที่เกิดกับผู้เรียน ด้านสังคม องคกร หนวยงานภายนอก ชุมชน หรือผูมีสวนเกี่ยวของใหการยอมรับตอคุณภาพการจัดการเรียน การสอนของสถานศึกษาเป็นที่ประจักษ์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์
กำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีที่หลากหลาย - วางแผนออกแบบในการส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีที่หลากหลาย - กำหนดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาให้ครูจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีที่หลากหลาย - จัดทำปฏิทินปฏิบัติงานในฝ่ายวิชาการในการส่งเสริมให้ครูมีการจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย
ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณารูปแบบและแนวทางการดำเนินการ - ดำเนินงานตามแผนงานในการส่งเสริมให้ครูมีการจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายภายใต้การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA - ดำเนินงานตามปฏิทินปฏิบัติงาน ภายใต้การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA
สถานศึกษาได้กำหนดให้มีการนิเทศการจัดการเรียนการสอนภายในแผนกวิชา และได้มีผลสะท้อนตอบกลับในการจัดการเรียนการสอนจากการนิเทศโดยหัวหน้าแผนกวิชาและฝ่ายวิชาการ ตามแบบวัดและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมให้ครูมีการจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายรวมถึงการรายงานผลการใช สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา และ แหลงเรียนรูในการจัดการเรียนการสอนของครูผูสอนผ่านบันทึกหลังสอนของครูผู้สอนในแต่ละรายวิชา ครูผู้สอนที่มีการจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายได้จัดทำวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน และรายงานการวิจัยในชั้นเรียนในรายวิชาที่จัดการเรียนการสอนในแต่ละภาคเรียน
สรุปผลและเผยแพร่ผลการดำเนินงานในการส่งเสริมให้ครูมีการจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ - นำผลการประเมินดำดำเนินการ มาประชุมพิจารณาวางแผนในการพัฒนาการส่งเสริมให้ครูมีการจัดการเรียนการสอนดวยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายลงในแผนยุทธ์ศาสตร์/แผนพัฒนาสถานศึกษาต่อไป
1) ครูผู้สอนที่จัดทำที่ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 34 คน
2) ครูผู้สอนที่จัดทำข้อมูลสารสนเทศประจำชั้นเรียนและรายวิชาเป็นปัจจุบัน จำนวน 34 คน
3) ครูผู้สอนที่ใช้เทคนิควิธีการบริหารจัดการชั้นเรียนให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จำนวน 34 คน
4) ครูผู้สอนที่เสริมแรงให้ผู้เรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียน จำนวน 34 คน
5) ครูผู้สอนที่ดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล จำนวน 34 คน
1) ครูผู้สอนที่จัดทำที่ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
2) ครูผู้สอนที่จัดทำข้อมูลสารสนเทศประจำชั้นเรียนและรายวิชาเป็นปัจจุบัน จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
3) ครูผู้สอนที่ใช้เทคนิควิธีการบริหารจัดการชั้นเรียนให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
4) ครูผู้สอนที่เสริมแรงให้ผู้เรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียน จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
5) ครูผู้สอนที่ดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ด้าน นโยบาย สถานศึกษามีการส่งเสริมให้ครูได้จัดการบริหารชั้นเรียนทั้งในขณะสอนและการดูแลพิเศษ และปรับปรุงพัฒนา ตามแนวนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในเรื่องการส่งเสริมการจัดการ ออกแบบระบบการเรียนการสอน ในแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เรียนที่ไหนก็ได้และร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ด้าน วิชาการ สถานศึกษาสามารถพัฒนาการจัดการศึกษาได้เหมาะสมตามความเหมาะสมและลักษณะของผู้เรียนรายกลุ่ม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์มากกว่า 80 % โดยเทียบกับจำนวนผู้เรียนที่มีอยู่จริง ด้าน สังคม ผู้เรียนได้เรียนและปฏิบัติตามหลักอาชีพ สามารถนำความรู้ทักษะไปใช้ในการประกอบอาชีพได้จริง หรือศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องได้
จากแนวคิดของวิทยาลัยฯ ที่วา “เรียนรูผานการปฏิบัติอยางมีความสุข” ตัวแปรสําคัญที่จะทําให้เกิดกระบวนการเรียนรูที่ยั่งยืนโดยผูเรียนไดพัฒนาศักยภาพของตนเองอยางเต็มประสิทธิภาพ นั้นก็คือครูผูสอน ซึ่งจะเปนผูชี้แนะแนวทางใหกับนักศึกษาหรือจัดการเรียนการสอน วิทยาลัยฯ มีความพยายามที่จะดําเนินการใหนักศึกษาไดเรียนรูอยางหลากหลาย โดยมีการดําเนินการดังนี้ 1. กําหนดใหครูผูสอนตองมีการจัดการเรียนรูผานการปฏิบัติใชเทคนิควิธีการ จัดการเรียนรู แบบActive Learning และใชสื่อการสอนที่หลากหลาย เพื่อใหนักศึกษามีความสุขในการเรียนรู ครูตองใชวิธีการประเมินผลตามสภาพจริง และบันทึกขอมูลเพื่อพัฒนาผูเรียนเปนรายบุคคล 2. จัดทําแผนการเรียนรูของอาจารยผูสอนที่เนนสมรรถนะรายวิชา ซึ่งทุกรายวิชาจะกําหนด สมรรถนะรายวิชาลงไปในชุดการเรียนรูรวมทั้งการจัดการเรียนรูแบบบูรณาการวิชาชีพหรือสาขางานที่เรียน 3. แนะนำการบริหารชั้นเรียน (Classmangement) บริหารจัดการหองเรียนใหมีความพรอม เอื้อตอการเรียนรูของนักศึกษา ดูแลความพรอมในการเรียนของนักศึกษา และติดตาม แกไขพฤติกรรมเปนรายบุคคล 4. วิทยาลัยมีโปรแกรมบริหารจัดการขอมูล(RMS) สําหรับอาจารยผูสอนใชบริหาร จัดการขอมูล และติดตามชวยเหลือนักศึกษาเปนรายบุคคล
ครูผู้สอนได้จัดการห้องเรียน สื่อการสอน บริหารจัดการห้องเรียน แก้ไขปัญหารายบุคคลให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข
การติดตามและประเมินผล การจัดการพัฒนาผู้เรียน โดยมีคณะกรรมการนิเทศก์การจัดการเรียนการสอนของครู ให้รายงานผลการจัดกิจกรรมการสอน รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนด้วยงานวิจัย รายงานการบริหารจัดการชั้นเรียน การประเมินการสอนโดยผู้เรียน
๑ สรุปผลการดำเนินงานของครูแต่ละคน ๒ สรุปการประเมินการสอนของครูแต่ละภาคเรียน และแจ้งให้ครูรับทราบเพื่อการพัฒนา ๓ ประชุมพิจารณาวางแผนลงในแผนยุทธ์ศาสตร์หรือแผนปฏิบัติการของสถานศึกษาต่อไป
1) ครูผู้สอนที่พัฒนาตนเองโดยมีการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) จำนวน 34 คน
2) ครูผู้สอนที่เข้าร่วมจัดตั้งกลุ่มพัฒนาวิชาชีพตามกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จำนวน 34 คน
3) ครูผู้สอนที่พัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพตามรูปแบบอื่น จำนวน 0 คน
1) ครูผู้สอนที่พัฒนาตนเองโดยมีการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
2) ครูผู้สอนที่ดำเนินการพัฒนาวิชาชีพตามกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
3) ครูผู้สอนที่พัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพตามรูปแบบอื่น จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ผลที่เกิดจากการดำเนินการการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพที่ต่อเนื่องจากการดําเนินงานในเชิงคุณภาพ ด้นนโยบาย ด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม หรือ ด้านอื่น ๆ ตามบริบท ของสถานศึกษา ด้านนโยบาย สถานศึกษาส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลตามกรอบระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล ส่งเสริมสนับสนุนการวัดสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผล เพื่อนำผลไปใช้ในการยกระดับการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผลในชั้นเรียนพัฒนาขีดความสามารถของครู และบุคลากรให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต ด้านวิชาการ สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูผู้สอนจัดทําแผนพัฒนาตนเองและเข้าร่วมกระบวนการพัฒนาวิชาชีพ ได้รับการพัฒนาตาม แผนพัฒนาตนเองและกระบวนการพัฒนาวิชาชีพ มีการนําผลการพัฒนาตนเองมาใชในการจัดการเรียนการ สอน มีผลงานจากการ พัฒนาตนเองและการพัฒนาวิชาชีพ ผลงาน หรือนวัตกรรม ได้รับการยอมรับ หรือเผยแพร่
๑ กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในระบบการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอน ๒ วางแผนออกแบบระบบการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอน ๓ กำหนดโครงการเพื่อนำไปปฏิบัติในระบบการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอน ๔ วางแผนการกำกับติดตามในระบบการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอน ๕ จัดทำปฏิทินปฏิบัติงานตามระบบติดตามการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอน
1สำรวจความต้องการของครูในการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอน 2 ครูผู้สอนจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) เพื่อสอดคล้องกับระบบการพัฒนาตนเอง และพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอน 3 ครูผู้สอนพัฒนาตนเองด้วยวิธีที่หลากหลาย เช่น การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การ เรียนรู้ด้วยตนเอง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC) การเรียนรู้จากวิทยากร การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การเรียนรู้จากสถานประกอบการ 4 ครูผู้สอนนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ครูสามารถนำไปใช้ใน การวิจัยในชั้นเรียน 5 ครูผู้สอนรายงานผลการพัฒนาตนเองและการพัฒนาวิชาชีพ ในแต่ละภาคเรียน
มีระบบการนิเทศติดตาม/ประเมินผลการพัฒนาโดยผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้อำนวยการ และ หัวหน้าแผนกวิชา
๑ สรุปผลการดำเนินงานระบบติดตามการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอนและ รายงานผล ๒ เผยแพร่ผลการดำเนินการตามระบบติดตามการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพขอ ครูผู้สอน ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ ๓ นำผลการประเมินในดำเนินการตามระบบติดตามการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ ของครูผู้สอน มาพิจารณาในการวางแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพของครูผู้สอน ในแผนยุทธศาสตร์หรือแผนพัฒนาสถานศึกษาต่อไป
วิทยาลัยมีครูผู้สอนทั้งหมด จำนวน 34 คน และมีครูผู้สอนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการจัดการเรียนการสอน จำนวน 34 คน
ครูผู้สอนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการจัดการเรียนการสอน จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ด้านนโยบาย สถานศึกษาได้ให้ความสำคัญกับการใช้สื่อการสอน และนวัตกรรมทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและ มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด โดยสื่อและนวัตกรรมที่นำมาใช้ มีความหลากหลาย ทั้งในรูปแบบของสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น สื่อมัลติมีเดีย โปรแกรมจำลองสถานการณ์ แอปพลิ เคชันเฉพาะด้าน รวมถึงสื่อประกอบการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นเองตามบริบทของรายวิชาและความสนใจของผู้เรียน การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของสถานศึกษาในการส่งเสริมการเรียนการสอนเชิงรุก (Active Learning) โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่เน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน และสามารถปรับตัวต่อบริบทของโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านวิชาการ สถานศึกษามุ่งเน้นการใช้สื่อการสอนและนวัตกรรมทางการศึกษาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-Centered Approach) ตามแนวทางงานวิชาการ ในระดับสถานศึกษาและนโยบายทางการศึกษาของชาติ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียนจึงถูกออกแบบให้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีบทบาทในการแสวงหาความรู้ ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ครูเป็นผู้ออกแบบและจัดการการเรียนรู้ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก กระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตตามเป้าหมายหลักของการศึกษา ด้านสังคม สถานศึกษาส่งเสริมการพัฒนาทักษะชีวิต การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม การเคารพความหลากหลาย และการตระหนักรู้ในบทบาทพลเมือง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษา เพื่อสังคมที่ยั่งยืน แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของชาติที่มุ่งเน้นการสร้างคนดี คนเก่ง และคนที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะในบริบทของการศึกษาอาชีวะ ที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถเป็นกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ มีจิตสาธารณะ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
สถานศึกษาได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการสื่อการสอนและนวัตกรรมทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 กระบวนการวางแผนประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1 การวิเคราะห์การใช้สื่อประกอบการสอนประจำรายวิชา 2 การจัดเตรียมสารสนเทศเพื่อบันทึกข้อมูล 3 การรายงานผลการจัดเก็บข้อมูล
1 ออกแบบหัวข้อเรื่องและตัวบ่งชี้ที่ต้องการเก็บข้อมูล (แบบสอบถามออนไลน์) 2 ให้ครูผู้สอนตอบแบบสอบถามการใช้สื่อประกอบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ 3 วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากการตอบแบบสอบถามออนไลน์
กำหนดวันและเวลา การตอบแบบสอบถามการใช้สื่อประกอบการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนออนไลน์ เพื่อรวบรวมข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันของการดำเนินงาน
1 วิเคราะห์ข้อมูลทุกหัวข้อเรื่องและตัวบ่งชี้ที่เก็บข้อมูล 2 รายงานการตอบแบบสอบถามตามกำหนดเวลา 3 นำผลการตอบแบบสอบถามมาวิเคราะห์และดำเนินการตามภารกิจ
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา จำนวน 7 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ การจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย การบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1 มีการวางแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการจัดการศึกษา 2 ครูมีการวางแผนการจัดการเรียนการสอนที่ดีและทันสมัยขึ้น 3 ครูจัดทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อการบริหารชั้นเรียนและพัฒนาแก้ปัญหาผู้เรียน 4 กระบวนการเรียนการสอนแบบ Active Learning ทุกรายวิชา
การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning
ความท้าทายด้านการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในการเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมกับการมีทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องที่สำคัญของกระแสการปรับเปลี่ยนของสังคมที่ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิต ของสังคมอย่างทั่วถึงครูอาจารย์จึงจำเป็นต้องตื่นตัวและเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียม ความพร้อมให้ผู้เรียนมีทักษะสำหรับการนำไปดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน แนวคิดและหลักการของการจัดการเรียนการสอนที่ท้าทายการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ การสอนที่มีประสิทธิภาพ ครูผู้สอนต้องมีคุณสมบัติ มากกว่าทำหน้าที่ในการสอน (Instructor)ครูผู้สอนตอ้งมีลักษณะของผู้มีความสามารถในการชี้แนะ การเรียนรู้ (Learning Coaching) ที่สามารถนำผู้เรียนไปสู่โลกแห่งการเรียนรู้ที่ผู้เรียนจะต้องเกิดการเรียนรู้ จากการมีส่วนร่วม และเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Active Learning) (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2560: 181) กระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความสำคัญด้านการพัฒนาการศึกษาในทุกมิติ และการเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี(พ.ศ. 2561-2580) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพ คนตลอดช่วงชีวิต แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพของ คนไทยทุกช่วงวัย และนโยบายเร่งด่วน เรื่อง การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่21และพหุปัญญาของมนุษย์ ที่หลากหลาย
1) เพื่อนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ของครูเพื่อส่งเสริมทักษะของ ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีไปใช้ 2) เพื่อติดตามผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ของครูเพื่อส่งเสริม ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
องค์ประกอบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก - การมีปฎิสัมพันธ์ระหว่างครู นักเรียน และระหว่างนักเรียนด้วยกัน - ทักษะในการสื่อสารระหว่างกัน - ผู้เรียนพัฒนากระบวนการคิด และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองได้ - มีเจตคติที่ดีต่อรายวิชาที่เรียน - มีกระบวนการทำงานร่วมกันกับเพื่อนในชั้นเรียน - มีความรับผิดชอบ มีวินัยในการทำงาน - เน้นการลงมือปฏิบัติและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ - มีการสะท้อนคิดในการเรียนรู้
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทุกรายวิชา วิทยาลัยจะให้ครูจัดทำกำหนดการสอนส่งก่อนเพื่อจะได้แนะนำเพิ่มเติมในการจัดกิจกรรมและการวัดประเมิน หลังจากสองสัปดาห์ให้ส่งแผนการสอนทุกรายวิชา และจัดหัวหน้าแผนกติดตาม นิเทศก์ และสรุปผล มีการประเมินจากนักเรียนทุกรายวิชาที่สอน
ผลการประเมินจากหัวหน้าแผนก และ ผู้เรียน คะแนนประเมินอยู่ในระดับ ดี เป็นที่พึงพอใจมาก
ทำให้ครูมีพัฒนาการและกำลังใจในการจัดกิจกรรมการสอน และฝ่ายบริหารให้การสนับสนุนทุกกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียน
1 ได้แผนการสอน กำหนดการสอนทุกรายวิชาอย่างมีพัฒนาการ 2 ผู้เรียนได้ประโยชน์จากการจัดกิจกรรมของครู
งสนับสนุน / สื่อการสอนที่ทันสมัย หรือการศึกษาดูงานตามสถานการณ์จริง
ควรมีการบูรณาการระหว่างแผนกวิชาเพื่อฝึกให้ผู้เรียนจัดทำชิ้นงานเดียวกันและสามารถส่งงานได้หลายวิชา
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5
วิทยาลัยกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยกำหนดให้คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีส่วนร่วมในการดำเนินการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา และจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณของสถานศึกษา เป็นต้น
วิทยาลัยมีรูปแบบ/นวัตกรรมในการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ประกอบด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา
ด้านนโยบาย
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ได้นำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และเป้าหมายหลักของต้นสังกัดมาปฏิบัติใช้ในการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการประชุม แสดงความคิดเห็น เสนอแนวคิดหรือข้อเสนอแนะในการพัฒนา ก่อนนำไปสู่การวางแผนและดำเนินงานให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงาน สอดคล้องกับเป้าหมายของสถานศึกษา
ด้านวิชาการ
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี มีการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพจริง เช่น แปลงเกษตร ห้องปฏิบัติการ โรงเรือนทดลอง ศูนย์เรียนรู้ เทคโนโลยีการเกษตร และแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพ ทักษะ และสมรรถนะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและตลาดแรงงาน
ด้านสังคม
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาเป็นผู้มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญประโยชน์ การจิตอาสา และการบริการชุมชนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคมในพื้นที่ นอกจากนี้ วิทยาลัยยังปลูกฝังให้นักเรียน นักศึกษามีทักษะในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความสามารถในการทำงานเป็นทีม และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม อันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตในสังคมและการประกอบอาชีพในอนาคต
ด้านเศรษฐกิจ
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน นักศึกษา ให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพอิสระหรือสร้างรายได้ระหว่างเรียน เช่น การผลิตและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และการจัดทำโครงการฝึกอาชีพต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา โดยมีการบูรณาการองค์ความรู้ทั้งในห้องเรียนและภาคปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมฝึกงานในสถานประกอบการจริง รวมถึงความร่วมมือกับภาคเอกชนและเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริง สร้างรายได้และประสบการณ์ในการประกอบอาชีพ ส่งผลให้ผู้เรียนมีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ในอนาคต
ด้านสิ่งแวดล้อม
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี มีแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การดำรงชีวิต และการทำงานของนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรในสถานศึกษา มีการจัดภูมิทัศน์ให้ร่มรื่น สะอาด เป็นระเบียบ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เช่น ตลอดจนกิจกรรมปลูกต้นไม้ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการเรียนรู้แบบบูรณาการกับรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้เกิดพฤติกรรมที่ยั่งยืนและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
จุดเด่น
1.เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ดำเนินการบริหารจัดการโดยเปิดพื้นที่ให้บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น วางแผน และร่วมดำเนินงานในทุกขั้นตอนของการจัดการศึกษา
2.ส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบได้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างเปิดเผย มีการสื่อสารข้อมูลแผนงาน ผลการดำเนินงาน และผลการประเมินอย่างชัดเจนต่อสาธารณชน สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของสถานศึกษา
3.สร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งกับชุมชนและท้องถิ่น วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ภาคธุรกิจ และเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และเสริมสร้างประสบการณ์วิชาชีพแก่ผู้เรียน
จุดที่ควรพัฒนา
งบประมาณที่สถานศึกษาได้รับการจัดสรรจากหน่วยงานต้นสังกัดในปัจจุบัน ยังไม่สอดคล้องกับปริมาณภารกิจที่เพิ่มขึ้นและความต้องการในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ทั้งในด้านบุคลากร สื่อการเรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์ และการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ ส่งผลให้การดำเนินงานบางส่วนต้องประยุกต์ใช้ทรัพยากรอย่างจำกัด และอาจกระทบต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโดยรวม
1.กำหนดแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็น 2.วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำเป้าหมาย แนวทาง และแผนการดำเนินงานประจำปีอย่างเป็นระบบ 3.วางแผนการดำเนินโครงการและกิจกรรม พร้อมจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินงานให้ชัดเจน 4.จัดทำเอกสารแผนงานเสนอผู้บริหารและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาอนุมัติ
1.ดำเนินกิจกรรมตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติ โดยมอบหมายภารกิจให้แก่บุคลากรที่รับผิดชอบอย่างเหมาะสม 2.ดำเนินการตามแผนงานและแผนปฏิบัติงานที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง และบันทึกผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ 3.จัดทำเอกสารสรุปผลการดำเนินงานเพื่อนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบและประเมินผลในลำดับถัดไป
1.ติดตามผลการดำเนินงานและประเมินความสำเร็จของแผนงานและกิจกรรม 2.สรุปผลการประเมินพร้อมจัดทำรายงานเสนอผู้บริหารและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง 3.วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อหาแนวทางปรับปรุง
1.นำข้อเสนอแนะจากการประเมินมาใช้ในการวางแผนพัฒนาครั้งถัดไป 2.แก้ไขปรับปรุงแนวทางปฏิบัติและวิธีการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา 3.สื่อสารและเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีแก่บุคลากรในองค์กรเพื่อยกระดับคุณภาพในรอบต่อไป
1) วิทยาลัยจัดให้มีระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน โดยกำหนดให้ครูที่ปรึกษาทุกคนดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ดังนี้
- จัดทำข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล
- คัดกรองผู้เรียนเป็นรายบุคคล
- การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน
- การป้องกันและแก้ไขปัญหา
- การส่งต่อทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
2) ครูที่ปรึกษาที่ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วย การจัดทำข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองผู้เรียนเป็นรายบุคคล การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนการป้องกันและแก้ไขปัญหา การส่งต่อทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา จำนวน 33 คน
ครูที่ปรึกษาดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ที่มีประสิทธิภาพ จำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูที่ปรึกษาทั้งหมด
ด้านนโยบาย สถานศึกษาได้ดำเนินการในระบบการดูแลชวยเหลือและแนะแนวผูสําเร็จการศึกษาตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้กำหนดนโยบาย ให้สถานศึกษาทุกแห่ง มีระบบการดูแลช่วยหลือผู้เรียน เป็นไปตามความต้องการที่ผู้เรียนทุกคนควรได้รับการดูแลช่วยเหลือ คุ้มครองอย่างรอบด้าน ด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีการกำหนดมาตรการ จุดเน้น อย่างต่อเนื่อง และมีการส่งเสริมให้จัดกิจกรรม อาทิ เยี่ยมบ้านผู้เรียน จัดประชุมผู้ปกครอง จัดโครงการส่งเสริมทักษะชีวิต ส่งเสริมสมรรถนะอาชีพ การสร้างวินัยเชิงบวก เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนเป็นคนดี มีความรู้และปลอดภัยในสภาพสังคมปัจจุบัน ด้านสังคม ผู้ปกครองและชุมชนมีความเชื่อมั่นในการส่งบุตรหลานเข้าศึกษาในสถานศึกษา ว่าสามารถดูแลและให้คำแนะนำผู้เรียนให้สามารถศึกษาจนสำเร็จการศึกษาตรงตามหลักสูตรและเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาอย่างมีคุณภาพ
ดำเนินงานตามโครงการในการดูแลชวยเหลือผู้เรียน • การประชุมผู้ปกครอง • การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคลโดยครูที่ปรึกษา/ครูประจำวิชา • การพิจารณาทุนการศึกษาแก่ผู้เรียน • การจัดเก็บข้อมูลผู้เรียน • การคัดกรองข้อมูลผู้เรียน (กลุ่มปกติ/กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มที่มีปัญหา)
ครูที่ปรึกษา ครูปกครอง และครูแนะแนว ช่วยดูแล ติดตามนักเรียน
การบันทึกการดูแลผู้เรียนของครูที่ปรึกษา การรายงานของครูแนะแนว
ได้จัดทำรูปแบบการกรอกข้อมูลที่ง่ายขึ้น และมีระบบRMS ในการที่ครูสามารถกรอกข้อมูลผู้เรียนหรือข้อมูลนักเรียนในที่ปรึกษาได้ง่าย
วิทยาลัยมีระบบข้อมูลและสารสนเทศที่จำเป็นในการบริหารจัดการสถานศึกษา เช่น ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นในการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบและเป็นปัจจุบัน ประกอบด้วยข้อมูลบุคลากร ข้อมูลผู้เรียน ข้อมูลอาคารสถานที่ ข้อมูลสถานประกอบการ ข้อมูลงบประมาณ ข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษา ข้อมูลการมีงานทำ ข้อมูลสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ครบถ้วนสมบูรณ์
วิทยาลัยมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษาครบทุกฝ่าย ทุกงาน ตามโครงสร้างการบริหารสถานศึกษา และมีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เชื่อมต่อได้ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาที่ทันสมัย และสามารถใช้ในการบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนโยบาย สถานศึกษา มีการนำเอาชุดโปรแกรมสำหรับการบริหารจัดการงาน (RMS) เข้ามาใช้งาน โดยมีโมดูลหลักๆ ดังนี้ 1.ระบบงานด้านบุคลากร 2.ระบบงานด้านการวัดผลประเมินและหลักสูตร 3.ระบบสารบรรณ 4.ระบบนักเรียน ด้านวิชาการ สถานศึกษามีการนำเอาชุดโปรแกรม RMS เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการงาน ทั้งในส่วนของสำนักงานและด้านการบริการข้อมูลแก่ผู้เรียน ผู้สอน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีระบบสำหรับการติดตามข้อมูล การรับรู้ข้อมูล และการบริหารข้อมูล โดยสามารถเข้าถึงระบบ RMS ออนไลน์ได้ทางคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ต่าง ๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ด้านสังคม สถานศึกษาได้นำเอาระบบ RMS เข้ามาใช้งาน โดยโมดูล ระบบงานนักเรียน นอกเหนือจากการเข้าถึงข้อมูลโดยผู้เรียนเอง ผู้ปกครองของผู้เรียนยังสามารถเข้าถึงระบบดังกล่าวได้ จึงทำให้เกิดการพัฒนา การติดตามอย่างมีส่วนร่วมจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบันในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบที่เกี่ยวข้องและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประกอบการใช้งานระบบ RMS Identify Problem and System Gap โดยมีข้อค้นพบบางประการดังนี้ Secure Protocol – HTTP/HTTPS not enforced at all, Incompatible TLS System เป็นต้น
จากการวิเคราะห์และวางแผน ได้ดำเนินงานตามข้อค้นพบต่าง ๆ เช่น การ Config ระบบ Cloudflare ของการใช้งานผ่าน Domain “pkaset.ac.th” เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
จากการดำเนินการในส่วนวิเคราะห์และดำเนินงานตามแผน ได้ดำเนินการติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ผ่าน Admin Console ของ Cloudflare รวมถึง Admin Console ของระบบ network ที่เชื่อมต่อกับ server-side ผ่าน Unifi Network Controller Application
จากการใช้งานระบบมาอย่างต่อเนื่อง ได้วางแผนการปรับปรุงและพัฒนาตัว Software ที่ใช้ โดยมีการอัพเดทเป็นระยะ ซึ่งทางงานสารสนเทศจะดำเนินการอัพเดทระบบ Software อย่างเป็นระยะ เพื่อป้องกันปัญหาการเข้ากันได้ของระบบและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน รวมถึงการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเช่น Domain Renewal
วิทยาลัยมีการดำเนินการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการโรงฝึกงาน หรืองานฟาร์มเพียงพอและปลอดภัย เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ ดังนี้
1) อาคารเรียน จำนวน 11 หลัง
2) ห้องเรียน จำนวน 38 ห้อง
3) ห้องปฏิบัติการ จำนวน 3 ห้อง
4) โรงฝึกงาน จำนวน 3 โรงงาน
5) งานฟาร์ม จำนวน 8 ฟาร์ม
6) อื่น ๆ เช่น ศูนย์วิทยบริการหรือห้องสมุด ห้องพยาบาล สนามกีฬา สถานที่พักผ่อนเป็นต้น
วิทยาลัยมีห้องเรียน ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการพัฒนาให้มีความพร้อมและปลอดภัย เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 78.05 ของอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการทั้งหมดของสถานศึกษา
นักเรียนนักศึกษา มีสถานที่ในการเรียนรู้ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติงาน ฟาร์มในการเรียนรู้ เกิดผลลัพธ์ต่อสมรรถนะผู้เรียนโดยตรง ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน บริเวณโดยรอบวิทายลัยไม่รกร้าง เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น
1 สำรวจอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน หรืองานฟาร์มของสถานศึกษา 2 วางแผนพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน หรืองานฟาร์มของสถานศึกษา 3 จัดทำโครงการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน หรืองานฟาร์มของสถานศึกษา
1 ขออนุญาตดำเนินโครงการ 2 ตรวจสอบสภาพการใช้งานของอาคารสถานที่ 3 ดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง และดำเนินการซ่อมแซมอาคาร สถานที่ที่ชำรุดเสียหาย
สรุปผล ประเมินผลการดำเนินงาน และรายงานผลการดำเนินโครงการ
นำผลที่ได้จากการประเมินผลการดำเนินงาน ไปใช้ในการวางแผนปรับปรุง อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน หรืองานฟาร์มของสถานศึกษาให้พร้อมในการจัดการเรียนรู้ โดยเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้และปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
วิทยาลัยมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ เพียงพอในการให้บริการ ได้แก่ระบบไฟฟ้า ระบบประปา หรือน้ำดื่ม น้ำใช้ ถนน ช่องทางเดินในสถานศึกษา ระบบระบายน้ำภายในสถานศึกษาที่เชื่อมต่อกับระบบระบายน้ำของเทศบาล ระบบกำจัดขยะภายในสถานศึกษา ระบบการสื่อสารภายในและภายนอกระบบ Wifi ระบบโทรศัพท์ และระบบรักษาความปลอดภัยภายในสถานศึกษา
วิทยาลัยมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพพร้อมใช้งานเพียงพอในการให้บริการ และปลอดภัย ดังนี้
1) ระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมกับสภาพใช้งานในสถานศึกษา ได้แก่ ระบบส่งกำลัง ระบบควบคุม ระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรืองานฟาร์ม สภาพวัสดุ อุปกรณ์ของระบบไฟฟ้าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และปลอดภัย
2) ระบบประปา หรือน้ำดื่ม น้ำใช้สะอาดและเพียงพอต่อความต้องการ
3) ถนน ช่องทางเดิน หรือระบบคมนาคมในสถานศึกษามีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย
4) ระบบระบายน้ำ ระบบกำจัดขยะภายในสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
5) ระบบการสื่อสารภายใน และภายนอกที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว
6) ระบบรักษาความปลอดภัยภายในสถานศึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
ผลที่เกิดจากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ ต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติมและพัฒนาระบบให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสภาพที่เป็นอยู่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ของบุคลากรและนักเรียน
1 สำรวจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของสถานศึกษา 2 จัดทำโครงการการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของสถานศึกษา รายงานผลการดำเนินงาน การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน จำนวน 3 ฉบับ 1. โครงการปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารสถานที่ 2. โครงการพัฒนา ปรับปรุง และซ่อมแซมโครงสร้างงานฟาร์ม 3. โครงการซ่อมบำรุงและบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร
1 ตรวจสอบสภาพการใช้งานระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน 2 ดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง และดำเนินการซ่อมแซม ระบบที่ชำรุดเสียหาย มีการการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ดังต่อไปนี้ 1.การปรับปรุงภูมิทัศน์ ปรับระดับและขนาดบ่อน้ำ ทำแนวทางน้ำกั้นทางเดินวัว 2.การปรับปรุงซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและแผนกพืชศาสตร์ 3.การปรับปรุงซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ-ปั้มน้ำโซล่าเซลล์อ่างหนองจิก 4.การติดตั้งระบบไฟฟ้าเข้าอาคารหอพักนักเรียน 5.การปรับปรุงซ่อมแซมถนนที่ชำรุด 6.การปรับปรุงซ่อมแซมท่อส่งน้ำ ระบบส่งน้ำบ่อน้ำป่ายูคา 7.การติดตั้งแท้งค์น้ำสำหรับหอพักนักเรียน 8.การปรับปรุงจุดเชื่อมต่อระบบน้ำเพิ่มเติมเพื่อเติมน้ำแท้งค์ปูนบ้านกลาง 9.การปรับปรุงซ่อมแซมระบบน้ำ ติดตั้งปั้มน้ำอาคารอาชีวบัณฑิต 10.การปรับปรุงซ่อมแซมระบบสำรองน้ำ โรงอาหารนอก และซ่อมแซมห้องน้ำ 11.การตรวจคุณภาพแหล่งน้ำของวิทยาลัย 12.การติดตั้งแท้งค์น้ำหอพักนักเรียน 13.การซ่อมแซมท่อประธาน บริเวณข้างแผนกวิชาประมง 14.การปรับปรุงซ่อมแซมปลั๊กไฟ ร้านค้า โรงอาหารนอก 15.การปรับปรุงซ่อมแซมติดตั้งระบบไฟฟาร์มไก่เนื้อ 16.การปรับปรุงซ่อมแซมฟาร์ม ติดตั้งระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบลม อาคารประมงบน 17.การปรับปรุงซ่อมแซมรั้ว และขุดลอกทางเดินน้ำเพื่อระบายน้ำ 18.การขุดลอกทางเดินน้ำ บริเวณแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตรและอาคารวิทยบริการและห้องสมุด 19.การปรับปรุงซ่อมแซมท่อส่งน้ำหอพักนักเรียน 20.การขุดลอกทางเดินน้ำ แปลงนาข้าว
สรุปผล ประเมินผลการดำเนินงาน และรายงานผลการดำเนินโครงการ
นำผลที่ได้จากการประเมินผลการดำเนินงาน ไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้พร้อมในการจัดการเรียนรู้ โดยเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้และปลอดภัยในการดำรงชีวิต
วิทยาลัยมีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการให้สอดคล้องกับบริบทของการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ดังนี้
1) แหล่งเรียนรู้ เช่น ห้องเรียนเฉพาะทาง ศูนย์การเรียนรู้ ครบทุกแผนกวิชาที่สถานศึกษาจัดการเรียนการสอน จำนวน 7 แหล่งเรียนรู้/ห้อง/ศูนย์
2) ศูนย์วิทยบริการหรือห้องสมุด จำนวน 1 ศูนย์/ห้อง
วิทยาลัยได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้/ห้องเรียนเฉพาะทาง/ศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์วิทยบริการหรือห้องสมุด ตามแผนงาน โครงการ ในแผนปฏิบัติการประจำปี ให้มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการศึกษา ค้นคว้า ของครูบุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียน หรือผู้สนใจ
ผลที่เกิดจากการดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการที่ต่อเนื่องจากการดำเนินงานใน เชิงคุณภาพ ปรากฏดังนี้ - ด้านนโยบาย การพัฒนาระบบงานห้องสมุดโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาระบบวิทยบริการหนังสืออิเล็กทรอนิก (E-library)สอดคล้องกับนโยบายการจัดการอาชีวศึกษา การศึกษาสร้างคน อาชีวะสร้างชาติ “เตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21” - ด้านวิชาการ เป็นการยกระดับศักยภาพและส่งเสริมสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสทธิภาพการเรียนรู้เพื่อ ผลิตองค์ความรู้ที่หลากหลาย ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ห้องสมุดเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุดดิจิทัล หนังสืออิเลกทรอนิกส์ (E-Books) การสร้างคลังความรู้ Knowledge Base และการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ - ด้านเศษฐกิจ สนับสนุนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ทุกคนมีโอกาสได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน บ่มเพาะภูมิปัญญาในระดับบุคคลที่ทำให้เกิดความรู้และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถช่วยพัฒนาคนทำให้คนได้ มีงานทำ
มีการปรึกษาภายในทีมของงานวิทยบริการและหอสมุด และนำเข้าเสนอกับท่านผู้อำนวยการถึงแผนกา จัดซื้อระบบห้องสมุดออนไลน์
ดำเนินการจัดซื้อระบบห้องสมุดออนไลน์
ติดตามการใช้งานของนักเรียน มีการยืมคืนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมด 274 ครั้ง
หาแนวทางการให้ผู้เรียนใช้บริการมากขึ้น
วิทยาลัยได้นำผลจากรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ในส่วนของข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาในแต่ละมาตรฐาน ประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา มากำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้สูงขึ้น จำนวน 9 โครงการ กิจกรรม ดังนี้
1) โครงการพัฒนาศักยภาพครูเพื่อส่งเสริมพหุปัญญาผู้เรียนอาชีวศึกษา
2) โครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอาชีวศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการ
3) โครงการ โครงการบูรณาการพัฒนาทักษะทางวิชาชีพเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของผู้เรียนอาชีวศึกษา (Fix it - จิตอาสา
4) โครงการยกระดับคุณภาพและพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาด้านเกษตรและประมง
5) โครงการ ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
6) -โครงการซ่อมบำรุงและบริการเครื่องมือทุ่นแรงฟาร์ม -โครงการ PHET FARM เกษตร นวัตวิถี
7) -โครงการพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานอาชีพโดยการฝึกประสบการณ์ร่วมกับสถานประกอบการ - โครงการสร้างองค์ความรู้ทางการอาชีวศึกษาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โครงการขยาย และยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีคุณภาพสูง
8) โครงการพัฒนาระบบความร่วมมือทางการศึกษากับกลุ่มประเทศอาเซียน
9) โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงด้านการวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์
วิทยาลัยได้นำผลจากรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ในส่วนของข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาในแต่ละมาตรฐาน ประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษามากำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้สูงขึ้น จำนวน 9 โครงการ กิจกรรม ดังนี้
1) โครงการพัฒนาศักยภาพครูเพื่อส่งเสริมพหุปัญญาผู้เรียนอาชีวศึกษา
ครูทุกแผนกวิชาเข้าร่วมโครงการ
2) โครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอาชีวศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการ
มีผู้เรียนเข้าร่วมโครงการฝึกอบรม และผูสำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการร้อยละ ๗๒
3) โครงการ โครงการบูรณาการพัฒนาทักษะทางวิชาชีพเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของผู้เรียนอาชีวศึกษา (Fix it - จิตอาสา
มีการจัดกิจกรรมเผยแพร่อาชีพระยะสั้นสู่ชุมชน ๔ กิจกรรม โดยครูจากแผนกวิชา ๓ แผนก ร่วมกับนักเรียนนักศึกษา จิตอาสา
4) โครงการยกระดับคุณภาพและพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาด้านเกษตรและประมง
การยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น แบบโมดูล (Modular System) ที่มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาอาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Block Course) เพื่อสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาอย่างเข้มข้นเพื่อการมีงานทำ
5) โครงการ ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีสนับสนุนส่งเสริมบุคลากรให้ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาตนเอง จัดทำรายงานการประเมินตนเองครบทุกคน มีการประเมินการปฏิบัติงานที่ดีทุกคน
6) -โครงการซ่อมบำรุงและบริการเครื่องมือทุ่นแรงฟาร์ม -โครงการ PHET FARM เกษตร นวัตวิถี
ได้รับงบประมาณดำเนินโครงการ โดยความร่วมมือจากทุกแผนกวิชาร่วมกับนักเรียนนักศึกษาในการลงมือปฏิบัติงานเกษตรครบวงจร การปลูกข้าว การปลูกช้าวโพด การเลี้ยงไก่เนื้อ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อธรรมชาติ การใช้เครื่องจักรกลเกษตร นักเรียนทุกชั้นปีมีโอกาสในการเรียนรู้
7) -โครงการพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานอาชีพโดยการฝึกประสบการณ์ร่วมกับสถานประกอบการ - โครงการสร้างองค์ความรู้ทางการอาชีวศึกษาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี โครงการขยาย และยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีคุณภาพสูง
ได้รับความร่วมมือกับสถานประกอบการที่หลากหลายในการรับนักเรียนฝึกประสบการณ์ ทั้งทางด้านพืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ และประมง และมีนักศึกษาระบบทวิภาคี จำนวน ๔ ราย สาขางานเทคโนโลยีภูมิทัศน์ ที่ฝึกในสนามกอล์ฟและสถานประกอบการรับทำงานต่อ
8) โครงการพัฒนาระบบความร่วมมือทางการศึกษากับกลุ่มประเทศอาเซียน
มีโอกาสได้รับนักเรียนและครูจากประเทศอินโดนีเซียมาทำโครงการร่วม จำนวน ๔ คน โดยมีครูและนักเรียนของวิทยาลัยให้การต้อนรับและร่วมโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลในการวางรูปแบบอาคารสำนักงานอุตสาหกรรมเกษตรในการคาดการณ์การเป็นผู้ประกอบการอิสระในอนาคต ครูทุกแผนกวิชาได้มีโอกาสในการคิด วิเคราะห์ และร่วมจัดกิจกรรม โดยใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาบาฮาซาอินโดนีเซีย ภาษามลายู (ครูมุสลิมสื่อสาร)
9) โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงด้านการวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์
ครูทุกคนทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน แก้ไขปัญหาที่พบระหว่างการสอน นอกจากนี้ยังสนุบสนุนนักเรียนใช้ทักษะการวิจัยในการส่งผลงานเข้าประกวด แข่งขัน
ด้านนโยบาย สถานศึกษามีรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ตามวงรอบปีการศึกษา และนำผลการประเมินตนเอง ไปจัดทำรายงานผลการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากผลการประเมินตนเองและตามขอเสนอแนะของหนวยงานตนสังกัดและผลการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อนําไปสูการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อให้เกิดการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอยางตอเนื่อง สอดคล้องกับ นโยบายและพันธกิจในห้วงปีการศึกษา 2567 ของ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง และ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด และได้ให้การยอบรับและยกย่องจากหน่วยงานต้นสังกัดตามวงรอบ ด้านวิชาการ สถานศึกษานำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอยางตอเนื่อง เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาให้สอดคล้องบริบทและพันธกิจของสถานศึกษา โดยเน้นย้ำในการพัฒนาการศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา และได้รับยอมรับและยกย่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาสถานศึกษา ด้านสังคม สถานศึกษาเผยแพร่ผลการประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ผ่าน รายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ทางช่องทางเว็บไซต์ของสถานศึกษา เป็นที่รับรู้โดยทั่วกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสถานศึกษา
สถานศึกษาได้บริหารงานแบบมีส่วนร่วมในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างตอเนื่องให้เป็นไปตามมาตรฐานอาชีวศึกษาโดยดำเนินการ ดังนี้ 1 การกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง 2 การวางแผนออกแบบขั้นตอนการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษา 3 การกำหนดกิจกรรมโครงการเพื่อนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษา 4 การกำหนดระบบการกำกับติดตามการดำเนินงานในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างตอเนื่อง 5 การจัดทำปฏิทินปฏิบัติงานในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษา
1 ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อพิจารณารูปแบบและแนวทางการดำเนินการในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอยางตอเนื่อง 2 ดำเนินงานตามแผนงานและปฏิทินการปฏิบัติงานที่กำหนดภายใต้การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA โดยมีขั้นตอนในระบบงานประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ดังขั้นตอนต่อไปนี้ 1. ขั้นศึกษาและเตรียมการ โดยในการศึกษา และเตรียมการ มีแนวการดำเนินการ ดังนี้ 1.1 ตั้งคณะทำงาน และพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อทำหน้าที่ ดังนี้ 1) ศึกษาแนวคิด รูปแบบ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา 2) พัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โดยกำหนดรูปแบบที่ สถานศึกษาสามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) จัดทำสื่อ เอกสาร คู่มือ และเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา 1.2 ให้การความรู้แก่ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง 1) สร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้เกิดความตระหนัก และเห็นความสำคัญของการประกัน คุณภาพการศึกษา เพื่อครูทุกคนจะได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษา 2) ช่วยกันสร้างแนวคิดการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและกำหนด รูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสมกับสถานศึกษา 1.3 ตั้งคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการในการดำเนินการประเมินคุณภาพการศึกษา 1) กำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบงานต่างๆ ที่สถานศึกษาต้องจัดทำเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา 2) การพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงานต่างๆเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาสถานศึกษา 2.ขั้นวางแผน (P : PLAN) ในการวางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา โดยวางแผนการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษา ดังนี้ 2.1 กำหนดมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ที่เป็นการกำหนดจากมาตรฐาน จากมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ.2561 มีขั้นตอน ดังนี้ 1) ตั้งคณะทำงานยกร่างมาตรฐานคุณภาพการศึกษา 2) ประชุมพิจารณา ความเหมาะสมของร่างมาตรฐานคุณภาพการศึกษา 3) ปรับปรุง และจัดทำเป็นมาตรฐานคุณภาพการศึกษา มาให้ครูทุกคนนำไปเป็นแนวทางในการ พัฒนา ให้เข้าสู่มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ต่อไป 2.2 จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของสถานศึกษาเพื่อควบคุมให้ผู้รับผิดชอบงาน คุณภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน และตัวชี้วัดที่กำหนดปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ สม่ำเสมอตลอดเวลา มีขั้นตอน ดังนี้ 1) ตั้งคณะทำงานยกร่างมาตรฐานการปฏิบัติงาน สำหรับงานต่าง ๆ ที่วิเคราะห์มาจาก มาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา 2) จัดประชุมพิจารณาทบทวน และรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เขียนขึ้น พร้อมกับ ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในสถานศึกษา 3) จัดทำเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานของสถานศึกษาและประกาศให้ทุกคนนำไปปฏิบัติ 2.3 สร้างเครื่องมือประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษาที่กำหนดขึ้น เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา มาจัดทำเป็นข้อมูล พื้นฐานของสถานศึกษา ที่จะใช้ในการหาจุดที่จะพัฒนาต่อไป ดังนี้ 1) ตั้งกรรมการสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน ตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา 2) ดำเนินการสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา 3) ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล 4) จัดเก็บเครื่องมือเพื่อการนำไปใช้ต่อไป 2.4 ประเมินสภาพปัจจุบัน หรือเก็บข้อมูลสภาพปัจจุบันของสถานศึกษา โดยใช้เครื่องมือประเมิน คุณภาพการศึกษาที่สร้างขึ้น ในข้อ 2.3 มีขั้นตอน ดังนี้ 1) วางแผนกำหนดการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ตลอดปีการศึกษา 2) แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษา 3) เตรียมเครื่องมือประเมิน โดยรวบรวมเครื่องมือประเมิน ตามตัวชี้วัดแต่ละภารกิจ 4) ดำเนินการประเมิน และสรุปผลการประเมินตามมาตรฐาน และตัวชี้วัดแต่ละภารกิจ 2.5 จัดทำสารสนเทศ หรือข้อมูลพื้นฐานสภาพปัจจุบันของสถานศึกษา โดยนำผลการ ประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา มาจัดทำข้อมูลพื้นฐานแสดงผลการปฏิบัติงานของสถานศึกษา โดยจัดกลุ่มของข้อมูล ตามมาตรฐานและตัวชี้วัดแต่ละภารกิจ คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา 3. ขั้นดำเนินการตามแผน (D: DO) ในการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษา มีขั้นตอนกดำเนินการ ดังนี้ 3.1 ทบทวนการประกันคุณภาพการศึกษา โดยทบทวนงานต่าง ๆ ที่สถานศึกษาได้ทำการวางแผนไว้ให้ทุกคนเข้าใจ และนำไปปฏิบัติ 3.2 ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของสถานศึกษา และตามแผนปฏิบัติราชการของสถานศึกษา ดังนี้ 1) ให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของ สถานศึกษาที่รับผิดชอบ และปฏิบัติงานตามแผน/โครงการ ที่รับผิดชอบให้เต็มความสามารถ พร้อมเก็บ รวบรวมหลักฐานการปฏิบัติงานไว้อย่างเป็นระบ 2) ติดตามการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน และติดตามการทำงานตามโครงการที่ ได้รับมอบหมาย 3) แก้ไข ปรับปรุงข้อบกพร่องที่พบจากการติดตามการปฏิบัติงาน 3. นิเทศ กำกับ ติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ระหว่างที่ทุกฝ่ายของสถานศึกษาได้ดำเนินงานไป ขณะเดียวกัน ก็ช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้สำเร็จ ลุล่วงไป เพื่อให้คุณภาพของสถานศึกษาเข้าสู่มาตรฐานที่กำหนดไว้เร็วขึ้น 4. ขั้นติดตามประเมินผล (C: Check) ในการตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดังนี้ 1.1 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา 1.2 กำหนดระยะเวลา และแนวทางการตรวจสอบ หรือวางแผนการตรวจสอบ ซึ่งการ ตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษา สถานศึกษาควรทำการตรวจสอบ ทั้งการปฏิบัติงานตาม มาตรฐานการปฏิบัติงาน และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา (ตัวชี้วัดแต่ละภารกิจ) 1.3 ดำเนินการตรวจสอบตามแผนที่วางไว้สำหรับการประเมินสภาพของสถานศึกษาตาม มาตรฐานคุณภาพการศึกษา 1.4 จัดทำรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี (SAR) 1.5 นำเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ 1.6 เผยแพร่ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อสาธารณชน หน่วยงานต้นสังกัด 5. ขั้นปรับปรุงและพัฒนา (A: Act) ในการพัฒนาและการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดังนี้ 1.1 ปรับปรุง แก้ไขการปฏิบัติงานที่พบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐาน คุณภาพการศึกษา 1.2 ติดตาม ตรวจสอบแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานและ มาตรฐานการศึกษา ตามระยะเวลาที่เหมาะสมที่ผู้ปฏิบัติได้กำหนดไว้ว่าจะแก้ไขเสร็จ ทั้งนี้ เพื่อให้ แน่ใจว่า ข้อบกพร่องที่พบ ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง 1.3 สรุปผลการตรวจสอบ และรายงานผลการตรวจสอบการประกันคุณภาพการศึกษา โดยการจัดทำ รายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) 1.4 สำหรับงานที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ ให้พัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป
การติดตามและประเมินผล มีการวางระบบประเมินตนเองโดยจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมและประเมินการดำเนินการ และรายงานผลการดำเนินงานให้กับคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาและในที่ประชุมครูรับทราบ ในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างตอเนื่อง
๒.๔.๑ สรุปผลการดำเนินงานในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอยางตอเนื่อง ๒.๔.๒ เผยแพร่ผลการดำเนินการในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษา อยางตอเนื่องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ ๒.๔.๓ นำผลการประเมินการดำเนินการในการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใชในการพัฒนาสถานศึกษาอยางตอเนื่อง มาประชุมพิจารณาวางแผนลงในแผนยุทธ์ศาสตร์หรือแผนปฏิบัติการของสถานศึกษาต่อไป
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.3 ด้านการบริหารจัดการ จำนวน 7 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา การพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรืองานฟาร์ม การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1 ผู้เรียนมีแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่าย (ห้องสมุดออนไลน์) 2 ครูมีการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ใส่ใจนำความรู้มาสู่ผู้เรียน ในแบบที่ทันสมัยมากขึ้น 3 มีความร่วมมือทั้งในและนอกสถานศึกษาในการพัฒนาผู้เรียนมากขึ้น 4 การจัดการระบบสารสนเทศเป็นระบบมากขึ้นและทันเหตุการณ์ 5 การพัฒนาอาคาร สถานที่ ระบบสาธารณูปโภค มีการพัฒนาขึ้น
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการบริหารจัดการสถานศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.3 ด้านการบริหารจัดการ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านการบริหารจัดการ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
วิทยาลัยมีการดำเนินการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมาย จำนวน 6 นโยบาย ดังนี้
๑. การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ๒. การสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการ ๓. การพัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัดความสนใจ -การพัฒนาสมรรถนะอาชีพตามความถนัดความสนใจของผู้เรียน -กลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) -มาตรฐานฟาร์ม GAP สำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค (มกษ. 7436-2563) ๔. การขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ -ศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (CVM) สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ -การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ระดับ ปวส.สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ ๕. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาค -อาชีวะอยู่ประจำ -อาชีวะเพื่อคนพิการ ๖. การจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคม
วิทยาลัยมีความสำเร็จในการดำเนินการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมาย โดยความร่วมมือของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียนรวมทั้งการช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนจากผู้ปกครอง ชุมชน สถานประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม จำนวน 6 นโยบาย ดังนี้
๑. การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ๒. การสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการ ๓. การพัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัดความสนใจ -การพัฒนาสมรรถนะอาชีพตามความถนัดความสนใจของผู้เรียน -กลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) -มาตรฐานฟาร์ม GAP สำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค (มกษ. 7436-2563) ๔. การขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ -ศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (CVM) สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ -การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ระดับ ปวส.สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ ๕. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาค -อาชีวะอยู่ประจำ -อาชีวะเพื่อคนพิการ ๖. การจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคม
ผลที่เกิดจากการดำเนินการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมายที่ต่อเนื่องจากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพด้านนโยบาย ด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านอื่นๆ ตามบริบทของสถานศึกษา ด้านนโยบาย สถานศึกษามีการบริหารจัดการสอดคล้องตามนโยบายที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมายในช่วงปีการศึกษา 2567 ของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง และ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด โดยมีผลงานความสำเร็จปรากฎเป็นเชิงคุณภาพและเป็นที่ประจักษ์ ด้านวิชาการ ผู้เรียนได้รับ ประสบการณ์ตรง ในสถานประกอบการจริง ซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้ภาคทฤษฎีที่เรียนในสถานศึกษากับการปฏิบัติจริงในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง ทำให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และพัฒนา ทักษะปฏิบัติ ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพอย่างแท้จริง ผู้เรียนได้พัฒนา ความรู้และทักษะด้านการเป็นผู้ประกอบการ เช่น การวางแผนธุรกิจ การตลาด การจัดการทางการเงิน และการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญนอกเหนือจากทักษะเฉพาะทางในสาขาอาชีพ ผู้เรียนได้พัฒนา สมรรถนะอาชีพ ที่ตรงกับความถนัดและความสนใจของตนเองอย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีแรงจูงใจในการศึกษา และสามารถพัฒนาทักษะในเชิงลึกได้ดียิ่งขึ้น การนำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) มาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนได้รับการพัฒนา สมรรถนะที่เป็นมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการได้รับการรับรองคุณวุฒิและการเข้าสู่ตลาดแรงงาน โครงการ "อาชีวะอยู่ประจำ" และ "อาชีวะเพื่อคนพิการ" เป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับกลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ สามารถเข้าถึงการศึกษาอาชีพและพัฒนา ความรู้และทักษะ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพได้เช่นเดียวกับผู้เรียนคนอื่นๆ การเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคมเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ ประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะ ที่ได้เรียนรู้มาในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาชุมชนจริง ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning) ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความรับผิดชอบต่อสังคม ด้านสังคม การสนับสนุนให้ผู้เรียนเป็นผู้ประกอบการได้นำไปสู่การ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับตนเองและอาจขยายผลไปสู่การจ้างงานในชุมชน ซึ่งเป็นการลดปัญหาการว่างงาน และส่งเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ในระดับท้องถิ่นและประเทศชาติ การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะอาชีพที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและความถนัดของตนเอง จะช่วยให้ผู้เรียนมีโอกาสในการมีงานทำที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ จะช่วยยกระดับคุณภาพของบุคลากรในสาขาอาชีพต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โครงการ "อาชีวะอยู่ประจำ" และ "อาชีวะเพื่อคนพิการ" เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือผู้ที่มีความต้องการพิเศษสามารถเข้าถึงการศึกษาอาชีพที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสามารถ พึ่งพาตนเองได้ การสนับสนุนผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคม เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกของการเป็นพลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
สถานศึกษากำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมาย จากการวิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดเป้าหมายเชิงปฏิบัติ การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี: กำหนดเป้าหมายด้านจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วม, คุณภาพการฝึกอาชีพ, ความพึงพอใจของสถานประกอบการ การสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการ: กำหนดเป้าหมายด้านจำนวนผู้เรียนที่เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะ, จำนวนธุรกิจที่จัดตั้งได้, ความยั่งยืนของธุรกิจ การพัฒนาสมรรถนะอาชีพ: กำหนดเป้าหมายด้านการพัฒนาทักษะเฉพาะทางตามความถนัด, การได้รับมาตรฐานต่างๆ (GAP), การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตร การขับเคลื่อนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ: กำหนดเป้าหมายด้านการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้อง, การพัฒนาบุคลากรตาม CVM, จำนวนผู้เรียนในระบบทวิภาคีสาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ การสร้างโอกาสและความเสมอภาค: กำหนดเป้าหมายด้านการดูแลนักเรียนอาชีวะอยู่ประจำ, การสนับสนุนนักเรียนพิการ, การลดอัตราการออกกลางคัน การช่วยเหลือชุมชนและสังคม: กำหนดเป้าหมายด้านจำนวนกิจกรรมที่จัด, จำนวนผู้รับประโยชน์, ผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน จัดทำแผนปฏิบัติการรวม: รวบรวมแผนการดำเนินงานของแต่ละนโยบายมาบูรณาการเป็นแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา โดยระบุ กิจกรรมหลัก ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา งบประมาณ และตัวชี้วัดความสำเร็จที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ กำหนดระบบการติดตามและประเมินผลรวม: กำหนดตัวชี้วัดหลัก (KPIs) ที่สามารถวัดความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามนโยบายและกำหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล รวมถึงความถี่ในการติดตามและประเมินผล
สถานศึกษาดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ โดยดำเนินการตามกิจกรรมที่ได้วางแผนไว้ในแต่ละนโยบาย โดยมีการประสานงานและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง กำกับ ติดตาม โดยมีระบบการกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามแผนและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที บันทึกข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลตามตัวชี้วัดที่ได้กำหนดไว้ เพื่อนำไปใช้ในการตรวจสอบและประเมินผลในขั้นตอนต่อไป
สถานศึกษารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยนำข้อมูลที่ได้จากการติดตามและบันทึกมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบกับเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละนโยบายและภาพรวมของสถานศึกษา ประเมินผลสำเร็จและผลกระทบ โดยประเมินว่าการดำเนินงานตามนโยบายต่างๆ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ และมีผลกระทบต่อผู้เรียน สถานประกอบการ ชุมชน และสังคมอย่างไร ระบุจุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสในการพัฒนา นำผลการวิเคราะห์มาระบุจุดแข็งที่ควรส่งเสริม จุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง และโอกาสในการพัฒนาที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
สถานศึกษาปรับปรุงแก้ไข โดยนำผลการประเมินในขั้นตอน Check มาพิจารณา หากพบว่ามีส่วนใดที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือมีปัญหาและอุปสรรค จึงดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ หรือวิธีการทำงานให้ได้มาตรฐาน หรือหากพบว่าการดำเนินงานในส่วนใดประสบความสำเร็จและได้ผลดี ก็นำแนวทางปฏิบัตินั้นมาดำเนินการจัดทำมาตรฐาน แนวปฏิบัติ หรือคู่มือ เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นำผลการปรับปรุงไปใช้ในการวางแผนครั้งต่อไป โดยนำบทเรียนและผลจากการปรับปรุงในรอบนี้ ไปใช้ในการวางแผนการดำเนินงานในรอบ PDCA ถัดไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.4 ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ จำนวน 1 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมาย ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
การให้ความรู้การจัดการทวิภาคีแก่ครู เพื่อสนับสนุนผู้เรียนให้เข้าใจระบบทวิภาคี
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีความสำเร็จในการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงาน และไม่มีการนโยบายสู่การปฏิบัติ |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.4 ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ประจำปีการศึกษา 2567 มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย 4 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา ด้านการบริหารจัดการ ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ปรากฏผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษาดังนี้
| ที่ | ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้านหรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | |
| 2 | ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | |
| 3 | ด้านการบริหารจัดการ | 4 | ดีมาก | |
| 4 | ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ | 4 | ดีมาก | |
| ผลการประเมิน มาตรฐานที่ 2 | 4.5 | ดีมาก | ||
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4.5
วิทยาลัย.มีการบริการชุมชนหรือจิตอาสาทั้งหมด จำนวน 1 โครงการ กิจกรรม ดังนี้
1) โครงการกิจกรรมสร้างช่างชุมชน (1 วิทยาลัย 1 ศูนย์ช่างชุมชน) Fixit Center
วิทยาลัยมีผลการดำเนินการในการให้บริการชุมชนหรือจิตอาสาโดยการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียน ดังนี้
1) โครงการกิจกรรมสร้างช่างชุมชน (1 วิทยาลัย 1 ศูนย์ช่างชุมชน) Fixit Center
1 ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาทักษะทั้งด้านอาชีพและจิตอาสา สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพจริงและสร้างอาชีพใหม่ในชุมชน 2 ประชาชนได้รับความรู้และเข้าใจการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตอาหาร และการเกษตร 3 ลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในการซ่อมแซม 4 ชุมชนมีช่างฝีมือในพื้นที่และมีรายได้เพิ่มขึ้น 5 ผลการประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับสูง และมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มหลักสูตรอบรมที่หลากหลาย 6 ชุมชนเข้มแข็งขึ้น มีทักษะอาชีพและรายได้เสริม 7 นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกทักษะจริงและปลูกฝังจิตอาสา 8 สถานศึกษาเป็นต้นแบบการบูรณาการการเรียนรู้กับการบริการชุมชน 9 สร้างเครือข่ายช่างชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ผลที่เกิดจากการดําเนินการการบริการชุมชนและจิตอาสา ที่ต่อเนื่องจากการดําเนินงานในเชิงคุณภาพ ด้านนโยบาย ด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดลอม หรือ ด้านอื่น ๆ ตามบริบท ของสถานศึกษา ด้านนโยบาย 1.โครงการได้รับการขับเคลื่อนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยเน้นการบูรณาการร่วมระหว่างสถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับประชาชน 2.การดำเนินงานมีการกำหนดเป้าหมายชัดเจน เช่น การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมช่างชุมชน การขึ้นทะเบียนช่างชุมชน และการบริหารจัดการศูนย์บริการอย่างเป็นระบบ 3.มีการประเมินผลและข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาโครงการในระยะต่อไป เช่น การประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงและการเพิ่มหลักสูตรอบรมที่ตอบโจทย์ชุมชน ด้านวิชาการ 1.โครงการเน้นการถ่ายทอดความรู้และทักษะวิชาชีพทั้งด้านช่างและอาชีพเสริม เช่น การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตโยเกิร์ต การขยายพันธุ์พืช และการประกอบอาหาร 2.มีการอบรมพัฒนาทักษะอาชีพและการให้คำปรึกษาต่อเนื่องหลังจบการอบรม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงและต่อยอดเป็นอาชีพใหม่ในชุมชน 3.ผลลัพธ์ที่ได้คือประชาชนมีความรู้เพิ่มขึ้น สามารถประกอบอาชีพเสริม ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ในครัวเรือน ด้านสังคม 1.การให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลการเกษตร และยานพาหนะโดยไม่คิดค่าแรง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนโดยตรง 2.การอบรมและถ่ายทอดอาชีพใหม่ เช่น การทำขนม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมให้เกิดอาชีพเสริมและสร้างรายได้ใหม่ในชุมชน 3.การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและยกระดับมาตรฐานสินค้า ช่วยเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดให้กับสินค้าท้องถิ่น
-สถานศึกษาต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพและเป้าหมายการพัฒนาให้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 -จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี โดยมีการวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน โอกาส-อุปสรรค (SWOT Analysis) และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน -จัดสรรทรัพยากร งบประมาณ และบุคลากรให้เหมาะสมกับแผนงาน/โครงการ -ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู บุคลากร นักศึกษา และภาคีเครือข่ายในการออกแบบแผน
-นำแผนพัฒนาคุณภาพและแผนปฏิบัติการไปสู่การปฏิบัติจริงในแต่ละกิจกรรม/โครงการ เช่น การจัดอบรม การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการบริการวิชาชีพแก่ชุมชน
-กำหนดปฏิทินปฏิบัติงานและมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน
-ดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสนับสนุนทรัพยากรและแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินการ
-ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสื่อสารภายในทีมงานและกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย -จัดให้มีระบบการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่อง โดยแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุม กำกับ นิเทศ และประเมินผล
-ใช้เครื่องมือประเมิน เช่น แบบสอบถาม สัมภาษณ์ รายงานผลการดำเนินงาน และการประชุมสรุปผล
-วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน เปรียบเทียบกับเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้
-เผยแพร่ผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ -นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนางานในรอบต่อไป
-ปรับแผนงาน/โครงการให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของสถานศึกษาและชุมชน
-ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) มาขยายผล
-จัดทำรายงานสรุปผลการปรับปรุงและพัฒนา และติดตามผลการเปลี่ยนแปลงในรอบถัดไป
องค์ประกอบที่สะท้อนผลการดำเนินการตามภารกิจ
-ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ เช่น การพัฒนาทักษะอาชีพ การสร้างอาชีพใหม่ในชุมชน การลดค่าใช้จ่าย และการเพิ่มรายได้
-ความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
-การมีส่วนร่วมของบุคลากรและชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
-การพัฒนาต่อเนื่องและความยั่งยืนของโครงการ/กิจกรรม
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยมีผู้เรียนทั้งหมด จำนวน 271 คน และมีผู้เรียนในรูปแบบอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีทั้งหมด จำนวน 4 คน ดังนี้
1) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มีผู้เรียนทั้งหมด จำนวน 174 คน และมีผู้เรียนในรูปแบบอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีจำนวน 0 คน
2) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีผู้เรียนทั้งหมด จำนวน 97 คน และมีผู้เรียนในรูปแบบอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีจำนวน 4 คน
1) ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยมีผู้เรียนในรูปแบบอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี คิดเป็นร้อยละ 1.48 ของผู้เรียนทั้งหมด ดังนี้
- ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) คิดเป็นร้อยละ 0 ของผู้เรียนทั้งหมดในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
- ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) คิดเป็นร้อยละ 4.12 ของผู้เรียนทั้งหมดในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
2) วิทยาลัยดำเนินการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีตามมาตรฐานการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ครบถ้วนทุกขั้นตอน ดังนี้
- ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมความพร้อมในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
- ขั้นตอนที่ 2 การวางแผนในการจัดการเรียนการสอนและการฝึกอาชีพในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
- ขั้นตอนที่ 3 การจัดการเรียนการสอนและการฝึกอาชีพในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
- ขั้นตอนที่ 4 การติดตาม ตรวจสอบคุณภาพในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
- ขั้นตอนที่ 5 การสรุปรายงานผลการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
ด้านนโยบาย สถานศึกษามีการจัดการเรียนระบบทวิภาคี โดยมีการดำเนินงานตามระบบการจัดการด้านอาชีวศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา เพื่อผลิตพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพ โดยเน้นการเรียนรู้สู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาให้มีสมรรถนะด้านวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งคุณธรรม จริยธรรม จรรณยาบรรณวิชาชีพ และกิจนิสัยที่เหมาะสมในการทำงานตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ด้านวิชาการ การจัดทำข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ ทั้งเรื่องการจัดทำหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนในทุกๆด้าน ด้านสังคม สถานศึกษามีการนิเทศก์ติดตามผู้เรียนโดยสถานศึกษามอบหมายให้ครูทำหน้าที่นิเทศ ให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหา รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นร่วมกับสถานประกอบการ
1 การสำรวจความพร้อมของสถานประกอบการ หน่วยงาน องค์การ ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีร่วมกับสถานศึกษา
2 การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 1 จัดทำแผนงาและแผนการเรียนในการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 2 ปฐมนิเทศผู้เรียน 3 จัดทำแผนฝึกอาชีพ 4จัดการเรียนการสอน
1 การนิเทศการฝึกอาชีพ 2 การสำเร็จการศึกษาของผู้เรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 3 การสัมมนาหลังฝึกอาชีพ
สรุปผลการดำเนินงานและรายงานประจำปีในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
วิทยาลัยมีการระดมทรัพยากรจากภาคีเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษา ได้แก่ การจัดหาทุนการศึกษา การจัดหาครูอาสาสมัครต่างชาติ การจัดหาครูภูมิปัญญาท้องถิ่นการจัดหาครูผู้เชี่ยวชาญ การจัดหาครูพิเศษสอน การจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ สื่อการสอน และงบประมาณเป็นต้น
ผลการดำเนินการระดมทรัพยากรจากภาคีเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษาของวิทยาลัยปรากฏผล ดังนี้
1) ด้านบุคคลกร จำนวน 5 คน ดังนี้
- ครูพิเศษ จำนวน 2 คน
- ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น จำนวน 2 คน
- ครูฝึกในสถานประกอบการ จำนวน 1 คน
2) ด้านวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ จำนวน 15,000 รายการ
3) ด้านอื่น ๆ
ระดมทุนการศึกษาเพื่อนักเรียน ได้ จำนวน 94000 บาท
ด้านนโยบาย
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการระดมทรัพยากรจากภาคีเครือข่าย ทั้งจากภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการเรียนการสอนด้านเกษตรกรรมและเทคโนโลยี โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการในท้องถิ่น การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานภายนอก และการใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จริงและตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานในภาคเกษตร
ด้านวิชาการ
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีมีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่นและความต้องการของตลาดแรงงานด้านการเกษตร โดยเน้นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการความรู้เชิงวิชาการกับการปฏิบัติจริงในแปลงเกษตร สวนทดลอง และสถานประกอบการ นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมครูผู้สอนให้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการวิจัย นวัตกรรมการสอน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมทักษะวิชาชีพ การประกวดสิ่งประดิษฐ์ และโครงการวิจัยในชุมชน เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะวิชาชีพที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคต
ด้านสังคม
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคม การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรและเทคโนโลยีสู่ชุมชน มีการจัดกิจกรรมบริการวิชาการแก่สังคม เช่น การอบรมอาชีพเกษตรกร การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาและโครงการพัฒนาชุมชน เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วิทยาลัยยังเป็นเวทีให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานศึกษากับประชาชนในพื้นที่
ด้านเศรษฐกิจ
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีมีบทบาทในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้มีทักษะและสมรรถนะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในภาคเกษตร ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ วิทยาลัยมีการบูรณาการเรียนรู้กับการประกอบอาชีพจริงผ่านระบบทวิภาคี ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา สามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียนผ่านกิจกรรมฝึกทักษะ เช่น การปลูกผักอินทรีย์ การเพาะเห็ด การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ตลอดจนการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจภายในสถานศึกษา อีกทั้งยังสนับสนุนให้เกิดการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับรายได้ของครัวเรือนในชุมชน1.สถานศึกษามีการวางแผนการระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการเรียนการสอน โดยการกำหนดโครงการบันทึกข้อตกลงร่วมกับสถานประกอบการ (MOU) ในรูปแบบข้อตกลงที่ไว้แนบแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ 2.การดำเนินการตามแผน สถานศึกษามีการดำเนินการระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการเรียนการสอน 3.มอบหมายให้สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบตามคำสั่ง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ปีการศึกษา ๒๕๖๘
1.ดำเนินกิจกรรมตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติ โดยมอบหมายภารกิจให้แก่บุคลากรที่รับผิดชอบอย่างเหมาะสม 2.จัดทำเอกสารสรุปผลการดำเนินงานดำเนินการระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการเรียนการสอน เพื่อนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบและประเมินผลในลำดับถัดไป
1.สถานศึกษาติดตามและประเมินผลการดำเนินการระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการเรียนการสอน แบบรายงานแยกออกแบบเป็น ๓ ตอน ตอนที่ ๑ ข้อมูลส่วนบุคคล ตอนที่ ๒ รายละเอียดข้อเสนอแนะ 2.สรุปผลการประเมินพร้อมจัดทำรายงานเสนอผู้บริหารและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง 3.วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อหาแนวทางปรับปรุง
สถานศึกษานำผลการติดตามและประเมินมาวิเคราะห์ข้อมูลและนำผลการติดตามและประเมินการระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา โดยการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามประเด็นและเสนอแนะแนวทางการพัฒนาครั้งต่อไป
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นการประเมินที่ 3.1 ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การบริการชุมชนหรือจิตอาสา การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการเรียนการสอน ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1 การนำปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาช่วยแนะนำด้านการปลูกแคนตาลูป 2 การนำนักเรียนนักศึกษา เรียนรู้ภายนอกสถานศึกษา
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการทำความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นการประเมินที่ 3.1 ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
1) นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ จำนวน 94 ผลงาน
2) ครูที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดทำนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัยของผู้เรียน จำนวน 34 คน
นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ และสามารถนำไปนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์และเผยแพร่สู่สาธารณชน จำนวน 94 คิดเป็นร้อยละ 100 ของนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย ของสถานศึกษาทั้งหมด
ครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์กรต่างๆ ให้ความร่วมมือในการสร้างสรรค์ผลงาน
นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์และงานวิจัยที่ต่อเนื่อง
มีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือนวัตกรรม (Innovation) ในการส่งเสริม สนับสนุนให้ มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย จนเป็นต้นแบบเผยแพร่สู่สาธารณชน รายละเอียด ได้แก่ โครงการเรื่อง การสังเคราะห์คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (CMC) ในการขึ้นรูปไบโอพลาสติกจากเปลือกลูกตาล
ผลที่เกิดจากการส่งเสริมสนับสนุน ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชนและองค์กรต่างๆ ที่ต่อเนื่องจากการดำเนินงานใน เชิงคุณภาพ ด้านนโยบาย ด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านอื่นๆตาม บริบทของสถานศึกษา
ด้าน นโยบาย
ตอบสนองนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นโยบายพัฒนาอาชีวศึกษา ขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน 8 วาระ (8 Agenda) ประเด็นการขับเคลื่อนนโยบาย วาระงานพัฒนาที่ 3 ยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง (ข้อที่3.5) การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม การวิจัย และสิ่งประดิษฐ์ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง นโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567
ด้าน วิชาการ
เป็นการสนับสนุนแนวทางการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาโครงงาน (Project Work) ของนักเรียน นักศึกษา โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning-PBL) และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน(Research-Based Learning-RBL)
ด้าน เศรษฐกิจ
รูปแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตได้มีการพัฒนาทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มของสินค้า หรือสามารถลดค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งสามารถนำไปสู่การขยายผลต่อได้ในเชิงพาณิชย์
ด้านสิ่งแวดล้อม
การปรับปรุง พัฒนาผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต มีการคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยลดผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยความรู้และเทคโนโลยี
ด้าน สังคม
กิจกรรม หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้นั้น เกิดจากการลงมือปฏิบัติหรือการมีส่วนร่วมและพัฒนาของสมาชิกในกลุ่มหรือเครือข่าย ที่ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ทำให้เกิดความผูกพันทางสังคมและความสามารถในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ที่สำคัญนวัตกรรมที่ได้มุ่งตอบสนองความต้องการของสังคมเป็นหลัก โดยมีการพัฒนาและเผยแพร่ผ่านองค์กรทางสังคม ได้แก่ ชุมชน ท้องถิ่น เป็นต้นมีการวางแผนพัฒนาการส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์กรต่างๆ ด้วยการจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมได้แก่ โครงการ - โครงการส่งเสริมการจัดการเรียน การสอน บูรณาการนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ปี การศึกษา 2567 - โครงการ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียน นักศึกษา ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567 - โครงการจัดสัมมนาผลงานวิชาการ ในการประชุมองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่ง ประเทศไทย
1ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน เพื่อพิจารณารูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรม งานวิจัยและแนวทางการนำผลงาน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัยไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษา 2ประชาสัมพันธ์แต่ละโครงการให้แก่คณะครู นักเรียน นักศึกษาที่สนใจ สร้างสร้างสรรค์ผลงาน นวัตกรรม งานวิจัย รวมถึงประชาสัมพันธ์การขอทุนวิจัยจากหน่วยงานต่างๆให้กับครู หรือบุคลากรที่สนใจส่งข้อเสนอ และทำการส่งข้อเสนอเข้าไปในโครงการต่าง ๆ 3ดำเนินการสร้างสรรค์และคัดเลือกผลงาน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย เข้าแข่งขันใน โครงการต่าง ๆ ในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ เช่น โครงการ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียน นักศึกษา ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567 และโครงการจัดสัมมนาผลงานวิชาการในการประชุม องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย,โครงการขอทุนวิจัย RBL ประจำปีงบประมาณ 2567 เป็นต้น
1ผู้รับผิดชอบโครงการ ดำเนินการรายงานผลการดำเนินโครงการ มีการติดตามและ ประเมินผลการ ดำเนินโครงการ การประกวดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์กรต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงาน 2งานวิจัยดำเนินการเผยแพร่ผลงานสู่สารธารณชน พร้อมติดตาม ตรวจสอบ
วิทยาลัยเกษตรได้นำผลจากการติดตามและประเมินผลการส่งเสริม สนับสนุน ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียนหรือบุคคล ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ มาทำการปรับปรุง/แก้ไข พัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นการประเมินที่ 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย จำนวน 1 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์การต่าง ๆ ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1 มีการนำหลักการวิจัยมาสู่ผู้เรียน 2ครูจัดทำวิจัยร่วมกับชุมชน หรือหน่วยงานภายนอก
โครงการส่งเสริมนวัตกรรมด้านสัตวศาสตร์
· การพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง: การทำงานวิจัยช่วยให้ครูได้ศึกษา ค้นคว้า และทำความเข้าใจในเนื้อหาทางสัตวศาสตร์อย่างลึกซึ้ง · การเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ: งานวิจัยช่วยให้ครูสามารถนำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในภาคปฏิบัติได้จริง เช่น ปัญหาด้านการเลี้ยงสัตว์ . · · การส่งเสริมนวัตกรรม: การวิจัยนำไปสู่การค้นพบวิธีใหม่ๆ ในการจัดการหรือพัฒนาการผลิตด้านปศุสัตว์ ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนได้
· พัฒนาทักษะการเรียนการสอน: ครูที่ทำงานวิจัยจะสามารถถ่ายทอดความรู้ที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบันให้นักเรียนได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ผลวิจัยเป็นกรณีศึกษาเพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการเรียนการสอน · เพิ่มองค์ความรู้: งานวิจัยช่วยเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ๆ ในสาขาสัตวศาสตร์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อวงการวิชาการและภาคอุตสาหกรรม · สร้างเครือข่ายความร่วมมือ: การทำวิจัยเปิดโอกาสให้ครูได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยจากสถาบันอื่น ๆ หรือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ได้
สนับสนุนการทำงานวิจัย
สร้างนวัตกรรม
ความรู้สู่ผู้เรียนและชุมชนสถานศึกษาส่งเสริมสนับสนุนครู นักเรียนในการเข้าร่วมการประกวดแข่งขัน การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ การวิจัยในสาขาวิชาต่างๆ การจัดทำสิ่งประดิษฐ์ การทำวิจัยชั้นเรียน การทำวิจัยร่วมกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งใช้วิธีบูรณาการกับการเรียนการสอน
มีผลงานวิจัย นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น ทั้งพัฒนาตัวผู้เรียน ตัวครู และชุมชนนำความรู้ไปใช้ได้จริง
ผู้เรียนมีความรู้ในการการทำวิจัย ค้นคว้า ครูมีสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภายนอก ชุมชน
การได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก
เน้นบุคลากรบูรณาการระหว่างสาขาวิชาให้มากขึ้น
เน้นความประหยัด ใช้ของที่มี หาทุนวิจัยจากภายนอก
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการ ในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย |
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นการประเมินที่ 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ประจำปีการศึกษา 2567 มาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประกอบด้วย 2 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย ปรากฏผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษาดังนี้
| ที่ | ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้านหรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | 4 | ดีมาก | |
| 2 | ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย | 5 | ยอดเยี่ยม | |
| ผลการประเมิน มาตรฐานที่ 3 | 4.5 | ดีมาก | ||
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4.5
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับสถานศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ จำนวน 3 ประเด็นการประเมิน มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา จำนวน 4 ประเด็นการประเมิน และมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน 2 ประเด็นการประเมิน ปรากฏผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา ดังนี้
| ที่ | มาตรฐาน / ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้าน หรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ | |||
| ด้านความรู้ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ | 3 | ดี | ||
| ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ | 4 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 | 3.67 | ดีมาก | ||
| 2 | การจัดการอาชีวศึกษา | |||
| ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ด้านการบริหารจัดการ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ | 4 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 | 4.5 | ดีมาก | ||
| 3 | การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | |||
| ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 | 4.5 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพระดับสถานศึกษา | 4.22 | ดีมาก | ||
ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา ในภาพรวมของสถานศึกษาอยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4.22
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ประเมินผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ตามภารกิจหรือกิจกรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
1.1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี มีผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาที่เกิดผลสัมฤทธิ์ ในแต่ละมาตรฐานหรือประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา ประกอบด้วย ผลลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ
1.2 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี มีผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ในแต่ละมาตรฐานหรือประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรม ตามวงจรการบริหารคุณภาพ (PDCA) ครบถ้วนทุกขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การดำเนินการตามแผน การติดตามและประเมินผล และการปรับปรุงและพัฒนา
จากการประเมินผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา โดยการติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ในแต่ละมาตรฐานหรือประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ดังนี้
| ที่ | มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา | ผลการวิเคราะห์ประเด็นของ รายงานผลการประเมินตนเอง | |
|---|---|---|---|
| ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (ผลสัมฤทธิ์) | แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา (PDCA) | ||
| มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ | |||
| 1.1 ด้านความรู้ | |||
| 1.1.1 | การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.1.2 | การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.1.3 | การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอื่น ๆ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านความรู้ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ | |||
| 1.2.1 | การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.2 | การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.3 | สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.4 | การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.5 | การมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.2.6 | ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ | |||
| 1.3.1 | การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.3.2 | การประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 1.3.3 | การดูแลช่วยเหลือและแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา | |||
| 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา | |||
| 2.1.1 | การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.1.2 | การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา | |||
| 2.2.1 | การพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.2 | การนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.3 | การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.4 | การจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.5 | การบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.6 | การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.2.7 | การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 2.3 ด้านการบริหารจัดการ | |||
| 2.3.1 | การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.2 | การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.3 | การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.4 | การพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรืองานฟาร์ม | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.5 | การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.6 | การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 2.3.7 | การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านการบริหารจัดการ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 2.4 ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ | |||
| 2.4.1 | การบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมาย | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| มาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | |||
| 3.1 ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | |||
| 3.1.1 | การบริการชุมชนหรือจิตอาสา | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 3.1.2 | การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| 3.1.3 | การระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการเรียนการสอน | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
| 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย | |||
| 3.2.1 | การส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์การต่าง ๆ | ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ | |
| ผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย เป็นไปตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างการพัฒนา | |||
การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษาที่สอดคล้องกับภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับประเด็นการประเมิน ระดับมาตรฐาน และระดับสถานศึกษา โดยมีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
ตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 ประกอบด้วย ประเด็นการประเมิน จำนวน 9 ประเด็นการประเมิน ปรากฏผลการประเมินคุณภาพระดับประเด็นการประเมิน ดังนี้
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาจนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของผู้สำเร็จการศึกษา |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านความรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) เกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้ของผู้สำเร็จการศึกษา |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ที่ระดับคะแนน 3
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) เกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผล การดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการบริหารจัดการสถานศึกษา จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษา |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ด้านการบริหารจัดการ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีความสำเร็จในการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงาน และไม่มีการนโยบายสู่การปฏิบัติ |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการทำความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4
| ผลการประเมิน | ระดับคุณภาพ | ระดับคะแนน | เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน |
|---|---|---|---|
| ยอดเยี่ยม | 5 | - สถานศึกษามีแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) ในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้ - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดีมาก | 4 | - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ดี | 3 | - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีความชัดเจนเชื่อถือได้ และดำเนินการ เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| พอใช้ | 2 | - สถานศึกษามีการดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และบางเรื่องยังขาดความชัดเจนเชื่อถือได้ พร้อมผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด | |
| ต้องปรับปรุง | 1 | - สถานศึกษาไม่มีการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติงานและไม่มีการดำเนินการ ในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำนวัตกรรม (Innovation) หรือสิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ หรือ งานวิจัย |
จากการประเมิน ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ปรากฏผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5
การประเมินคุณภาพระดับมาตรฐาน โดยการนำผลรวมของคะแนนจากการประเมิน รายด้านหรือประเด็นการประเมินในแต่ละมาตรฐานมาหาค่าคะแนนเฉลี่ย และนำมาเทียบกับกับเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ ดังนี้
คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง ระดับคุณภาพ “ยอดเยี่ยม”
คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง ระดับคุณภาพ “ดีมาก”
คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ระดับคุณภาพ “ดี”
คะแนนเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง ระดับคุณภาพ “พอใช้”
คะแนนเฉลี่ย 0.00 – 1.50 หมายถึง ระดับคุณภาพ “ต้องปรับปรุง”
โดยในการดำเนินการประเมิน สถานศึกษาสามารถบันทึกผลการประเมินระดับมาตรฐาน ได้ดังนี้
| ที่ | ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้านหรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ด้านความรู้ | 4 | ดีมาก | |
| 2 | ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ | 3 | ดี | |
| 3 | ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ | 4 | ดีมาก | |
| ผลการประเมิน มาตรฐานที่ 1 | 3.67 | ดีมาก | ||
| ที่ | ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้านหรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ | 4 | ดีมาก | |
| 2 | ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | |
| 3 | ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | |
| 4 | ด้านการบริหารจัดการ | 4 | ดีมาก | |
| ผลการประเมิน มาตรฐานที่ 2 | 4.5 | ดีมาก | ||
| ที่ | ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้านหรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | 4 | ดีมาก | |
| 2 | ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย | 5 | ยอดเยี่ยม | |
| ผลการประเมิน มาตรฐานที่ 3 | 4.5 | ดีมาก | ||
การประเมินคุณภาพระดับสถานศึกษา โดยการนำผลรวมของคะแนนจากการ ประเมินคุณภาพรายด้านหรือประเด็นการประเมินทุกมาตรฐานมาหาค่าคะแนนเฉลี่ย และนำมาเทียบกับกับเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ ดังนี้
คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง ระดับคุณภาพ “ยอดเยี่ยม”
คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง ระดับคุณภาพ “ดีมาก”
คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ระดับคุณภาพ “ดี”
คะแนนเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง ระดับคุณภาพ “พอใช้”
คะแนนเฉลี่ย 0.00 – 1.50 หมายถึง ระดับคุณภาพ “ต้องปรับปรุง”
โดยในการดำเนินการประเมิน สถานศึกษาสามารถบันทึกผลการประเมินระดับมาตรฐาน ได้ดังนี้
| ที่ | มาตรฐาน / ประเด็นการประเมิน | คะแนนจากการประเมินรายด้าน หรือประเด็นการประเมิน | คะแนนเฉลี่ย | ระดับคุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ | |||
| ด้านความรู้ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ | 3 | ดี | ||
| ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ | 4 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 | 3.67 | ดีมาก | ||
| 2 | การจัดการอาชีวศึกษา | |||
| ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ด้านการบริหารจัดการ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ | 4 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 | 4.5 | ดีมาก | ||
| 3 | การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | |||
| ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | 4 | ดีมาก | ||
| ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย | 5 | ยอดเยี่ยม | ||
| ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 | 4.5 | ดีมาก | ||
| ผลการประเมินคุณภาพระดับสถานศึกษา | 4.22 | ดีมาก | ||
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ได้นำผลการประเมิน และการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 ได้แก่ ผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพ และผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ในแต่ละประเด็นการประเมิน รวมถึง จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาในแต่ละมาตรฐานและประเด็นการประเมิน มาศึกษา วิเคราะห์ เพื่อกำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม ในการพัฒนายกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีห้สูงขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในแต่ละประเด็นการประเมินตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ทั้งนี้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ได้นำแผนงาน โครงการ กิจกรรมดังกล่าวเสนอคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา และคณะกรรมการวิทยาลัย และบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เรียบร้อยแล้ว ดังนี้
| มาตรฐานและประเด็น การประเมิน | แผนงาน โครงการ กิจกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา | เป้าหมายของการพัฒนา |
|---|---|---|
| มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ | ||
| ประเด็นที่ 1.1 ด้านความรู้ | 1. 1. โครงการทดสอบมาตรฐานการใช้ภาษาอังกฤษ และเจิทัล ๒. โครงการ Tutor for You ก่อนจบการศึกษา | ผู้เรียนในระดับ ปวช.3 ปวส.2 ทุกคนต้องเข้ารับการทดสอบมาตรฐานการใช้ภาษา CEFR และดิจิทัล |
| ประเด็นที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ | 1. โครงการทดสอบสมรรถนะอาชีพกับหน่วยงานภายนอก | ผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับการทดสอบสมรรถนะอาชีพกับหน่วยงานภายนอกไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ |
| ประเด็นที่ 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ | 1. โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา แลโครงการค่ายคุณธรรมจริยธรรมส่งเสริมคุณลักษณะผู้เรียนอาชีวศึษาะ | ครูบุคลากรได้รับการอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ และ ผู้เรียนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน |
| มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา | ||
| ประเด็นที่ 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา | 1. โครงการพัฒนาศักยภาพครูในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษ | ครูทุกคนพัฒนาการใช้หลักสูตรที่ถูกต้องตามหลักการและพัฒนาตามบริบทสถานศึกษา |
| ประเด็นที่ 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา | ||
| ประเด็นที่ 2.3 ด้านการบริหารจัดการ | 1. โครงการส่งเสริมแล่งเรียนรู้ภายใน | ทุกแผนกมีงานฟาร์มเด่น |
| ประเด็นที่ 2.4 ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ | 1. โครงการตามนโยบายที่เน้นงานวิจัย นวัตกรรม | ครู ผู้เรียน และชุมชน มีส่วนร่วมในการพัฒนา รวมไม่น้อยกว่า 30 คน |
| มาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | ||
| ประเด็นที่ 3.1 ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ | 1. โครงการฟาร์มเด่นเกษตรกรสู่ผู้เรียน | เสริมสร้างผู้เรียนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น |
| ประเด็นที่ 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย | 1. โครงการพหุปัญญาสู่สังคม | ส่งเสริมผู้เรียนเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมและงานวิจัยมากกว่า ๕๐ % |